หน่วยงานด้านพลังงานระดับโลกเรียกร้องให้รัสเซียเพิ่มอัตราการส่งออกก๊าซธรรมชาติสู่ยุโรป ภายหลังปัญหาความขาดแคลนด้านพลังงานทำราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ(IEA) เรียกร้องให้รัสเซียส่งออกก๊าซธรรมชาติมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนก๊าซธรรมชาติและพลังงานที่แพร่ระบาดไปทั่วทั้งยุโรป รวมถึงออกมาเรียกร้องให้ชาติร่ำรวยก๊าซธรรมชาติปฏิเสธเพิ่มปริมาณการส่งออก แม้ความต้องการในตลาดกำลังผลักดันราคาให้พุ่งสูง โดยกล่าวอ้างว่ารัสเซียเป็นต้นตอความขาดแคลนในครั้งนี้


โดยทาง IEA เชื่อว่ารัสเซียสามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ด้วยการเพิ่มปริมาณส่งออกแก่ยุโรปได้ ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับหล่อเลี้ยงให้นานาประเทศผ่านพ้นฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง เป็นโอกาสสำคัญให้รัสเซียยกระดับกลายเป็นคู่ค้าที่เชื่อถือได้ในสายตายุโรป


การแทรกแซงและแถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ภายหลังความไม่สบายใจของยุโรปเรื่องการไม่เพิ่มปริมาณการส่งออกก๊าซธรรมชาติสู่ยุโรปในเดือนหน้า แม้ราคาตลาดตอนนี้กำลังพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ก็ตาม โดยทางรัสเซียยืนยันว่าส่งมอบก๊าซในปริมาณตามที่ระบุในสัญญา แม้ปริมาณจะลดลงตั้งแต่ปี 2019 ก็ตาม


นั่นทำให้นักการเมืองในสหภาพยุโรปโจมตีว่าทางรัสเซียจงใจชะลอการจ่ายก๊าซธรรมชาติ ระหว่างรอการอนุมัติโครงการท่อส่งก๊าซ Nord Steam2 ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถการส่งออกก๊าซธรรมชาติของรัสเซียสู่เยอรมนีมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า

 

ปัจจุบันรัสเซียไม่ได้ส่งออกก๊าซธรรมชาติตามขีดความสามารถแต่ทำการชะลอการส่งออก โดยทางเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารบริษัท Gazprom เปรยว่า อาจเพิ่มการขยายก๊าซไปยังยุโรปเมื่อโครงการท่อส่งก๊าซดังกลาวได้รับการอนุมัติ จนนักการเมืองของสหภาพยุโรป 40 คน เรียกร้องให้มีการตรวจสอบบริษัทว่ากำลังปั่นราคาก๊าซธรรมชาติ


การเคลื่อนไหวของ IEA เป็นการต่อต้านนโยบายชะลอการส่งออกก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤติขาดแคลนก๊าซธรรมชาติกำลังคุกคามยุโรป และยืนยันว่ารัสเซียมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนราคาในตลาดพลังงานโลก


อีกทั้งทาง IEA ยังให้การว่า วิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการย้ำเตือนถึงรัฐบาลของหลายประเทศ ในช่วงเวลาที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเผาไหม้ไปสู่พลังงานสะอาด ถึงความสำคัญในช่องทางจัดหาพลังงานที่มั่นคงและราคาจับต้องได้ให้แก่คนในสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ปั่นราคาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก