กรมชลฯ จับตาสถานการณ์น้ำตอนบนอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการชลประทานพื้นที่ภาคใต้ เตรียมรับมือฝนใต้ ในอีกประมาณ 1 เดือนเศษ

21 กันยายน 2564 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 45,355 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 21,424 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้รวมกันอีก 30,717 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

 

กรมชลฯ จับตาสถานการณ์น้ำตอนบน เตรียมรับมือฝนใต้

 

 มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,475 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 3,779 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่ทั้งประเทศมีการทำนาปีไปแล้วรวม 15.01 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 89 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพาะปลูกไปแล้ว 6.86 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 86

อนึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 20 -24 ก.ย. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงได้เน้นย้ำ โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยง ให้เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าประจำพื้นที่เสี่ยงสามารถปฏิบัติงานได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ใกล้สิ้นสุดฤดูฝนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียง ภาคกลาง และภาคตะวันออกแล้ว ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิ แก้มลิง หนอง บึงต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง

 

กรมชลฯ จับตาสถานการณ์น้ำตอนบน เตรียมรับมือฝนใต้

ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ กำลังเข้าสู่ฤดูฝนในอีกประมาณ 1 เดือนเศษ ได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากตามมาตรการที่กรมฯได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดต่อไปแล้ว