"องอาจ" แนะนายกฯ ต้องเข้ามาจัดการประสานทุกหน่วยงานให้พร้อมก่อน ประกาศแนวทางให้ "กทม.เปิดเมือง"อย่างราบรื่น

19 ก.ย. 2564  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ องอาจ คล้ามไพบูลย์  บอกว่า ความชัดเจน ว่า กทม. จะเปิดเมือง ได้เมื่อไหร่ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรจะประชุมปรึกษาหารือกันอย่างรอบด้านให้ตกผลึกเสียก่อน  ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้บริหารระดับสูงออกมาพูดกันคนละครั้ง  และไม่ตรงกัน

"วันหนึ่ง รมว.ท่องเที่ยวออกมาบอกว่า  จะเปิดเมือง กทม. 15 ต.ค. แต่หลังจากนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ออกมาบอกว่ายังไม่เคยพูดว่าจะเปิดเมืองได้ เพราะต้องฉีดวัคซีนเข็ม 2 ของประชาชนในกรุงเทพฯ ให้ได้ 70% ก่อนถึงจะเปิดได้ ซึ่ง กทม. ตั้งเป้าว่าจะฉีดได้ 70% ในวันที่ 22 ต.ค. แต่ถ้าได้วัคซีนเร็วก็จะฉีดได้ถึง 70% เร็วขึ้น"

 

รองหัวหน้าพรรค ปชป. บอกว่า การจะเปิดเมือง กทม. ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงท่องเที่ยว    กระทรวงสาธารณสุข  และกรุงเทพมหานคร ต้องทำงานประสานงานกันให้ลงตัวและร่วมกันทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างคิด ต่างพูดต่างทำจนเกิดความไม่แน่นอน และก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการแก้ไขโควิดให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติของรัฐบาล เพราะการเปิดเมือง กทม. เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเตรียมความพร้อมหลายด้าน

เช่น 1.ต้องได้ฉีดวัคซีนเข็ม 2 มากกว่า 70% , 2. ต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดให้พร้อมมากที่สุด ก่อนเปิดเมือง โดยเฉพาะการป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชนแออัด และสถานที่พักอาศัยที่มีสภาพอยู่รวมกันจำนวนมาก และ 3. หลังเปิดเมือง กทม. แล้ว หากพบการแพร่ระบาด ต้องมีมาตรการเชิงรุกที่พร้อมจะเข้าควบคุมพื้นที่ทันทีหลังพบการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ใหญ่

"ขอฝากนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดของ ศบค. ช่วยจัดการให้ทุกหน่วยงานประสานงานกันให้พร้อม ก่อนที่จะออกมาประกาศว่าจะเปิดเมือง กทม. ได้เมื่อไหร่ ไม่ควรปล่อยให้เกิดสภาพที่ใครอยากกำหนดจะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจ ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนอย่างเป็นทางการ"  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

เพราะเมื่อภาครัฐมีความชัดเจน ภาคเอกชนและคนทำมาหากิน จะได้เตรียมพร้อมรองรับการเปิดเมือง กทม. เพื่อช่วยกันทำให้การเปิดเมืองเดินหน้าได้ และไม่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่เกิดขึ้นอีก เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงปกติได้มากที่สุดต่อไป