ทางด้าน นางสาวอีวา นา รองประธานฝ่ายการตลาดและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และ CMO ของบริษัท Tuya Smart จำกัด ผู้นำแพลตฟอร์ม AIoT ชั้นนำระดับโลก กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้อย่างมั่นใจว่า “Tuya ยึดมั่นในคุณค่า ความสำเร็จของลูกค้ามาโดยตลอด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำไปด้วยกัน และเติมเต็มทางด้านอีโคซิสเต็ม ดังนั้นการร่วมเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้กับ T3 Technology จะช่วยส่งเสริมอุปกรณ์อัจฉริยะและโซลูชันด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตกแต่งบ้าน
สำหรับการพาณิชย์ ตลอดจนด้านระบบวิศวกรรม ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ T3 Technology กลายเป็นองค์กรมาตรฐานและเป็นแบรนด์อันดับหนึ่ง ในอุตสาหกรรม IoT ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามเป้าหมาย”
Tuya Smart เป็นแพลตฟอร์มการพัฒนา IoT ระดับโลก หลังจากเร่งรัดพัฒนาแพลตฟอร์มภายในเวลา 7 ปี ก็สามารถรวบรวมนักพัฒนาเข้ามาในระบบมากกว่า 384,000 ราย โดยในแต่ละวันมีการโต้ตอบด้วยเสียง AI มากกว่า 122 ล้านครั้ง มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 410,000 รายการที่อยู่ภายใต้ 'Powered by Tuya' ซึ่งสินค้าและบริการต่าง ๆ เหล่านี้ มีวางจำหน่ายและใช้งานครอบคลุมกว่า 220 ประเทศในทุกภูมิภาค ครอบคลุมช่องทางการจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากกว่า 100,000 ช่องทางทั่วโลก
นอกจากนี้ นายเดวิด เฉิน รองประธานบริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท T3 Technology จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า "แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโรคระบาด แต่อุตสาหกรรม IoT กลับเติบโตและมีศักยภาพมากขึ้น โดย T3 Technology ได้เปิดทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ด้าน IoT ให้สามารถใช้งานได้ในประเทศไทย อินโดนีเซีย ปากีสถาน ฯลฯ
อีกทั้ง T3 Technology ยังคงสร้างแบรนด์ ออกแบบ และผลิตสินค้าของตัวเอง รวมถึงจัดการระบบซัพพลายเชน ตลอดจนการส่งเสริมการตลาด และการให้บริการทางเทคนิคในแต่ละประเทศอีกด้วย
โดยการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า T3 Technology จะร่วมมือกับ Tuya Smart ในการพัฒนาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ การพัฒนาแอปพลิเคชั่น และคลาวด์แพลตฟอร์ม เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของ T3 Smart IoT โดยจะครอบคลุมทุกช่องทางการจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซ ผู้ประกอบการรายย่อย เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายเครื่องใช้ในบ้าน ร้านขายของตกแต่งบ้าน ร้านไอที และร้านค้าอื่น ๆ อีกทั้งยังจะนำเสนอสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและเพลิดเพลินไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ”
นายโรส หลัว ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคของ Tuya Smart กล่าวว่า "ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรมากกว่า 650 ล้านคน โดยประชากรที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีคิดเป็น 33.8% ของประชากรทั้งภูมิภาค ซึ่งคนรุ่นใหม่พร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่ลังเล และคนกลุ่มนี้คือกลุ่มเป้าหมายหลักของผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมต่างๆ ประกอบกับความนิยมของสมาร์ทโฟน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต และอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือที่มีความรวดเร็วมากขึ้น
สิ่งเหล่านี้จะช่วยผลักดันการพัฒนาของอุตสาหกรรม IoT โดยทาง Tuya ได้ให้บริการด้าน IoT สำหรับเครือข่ายของพันธมิตรทุกราย ทั้งการสร้างมูลค่า และสร้างการเชื่อมต่อถึงกันอย่างชาญฉลาด เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้ T3 Technology กลายเป็นแบรนด์ IoT ชั้นนำในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ในที่สุด"
ปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้พยายามส่งเสริมกลยุทธ์เศรษฐกิจใหม่ภายใต้ "ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0" ซึ่งจะปรับโฉมเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของไทยจากการพึ่งพาการผลิตแบบเดิมๆ สู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
ดังนั้น การส่งเสริมการพัฒนา IoT จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญ โดยมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 ตลาด IoT ของประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 2.19 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะทำให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบในอาเซียน
ด้วยความสำเร็จดังกล่าวจะทำให้ T3 Technology และ Tuya Smart มีโอกาสขยายบริการไปยังตลาดประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้ในอนาคต อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งประเทศเหล่านี้ ยังมีโอกาสเติบโตขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการบูรณาการทางนิเวศวิทยาในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการขยายตลาดสู่ระดับโลกต่อไป