โดยในวันนี้ที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศปก.ศบค. พบว่าพื้นที่เสี่ยงยังคงอยู่ในการจัดงานศพ การจัดงาน Event ตลาด ร้านอาหาร โรงงาน สถานประกอบการ แคมป์คนงานก่อสร้าง และตลาดนัด ซึ่งบางครั้งพบว่ามีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการละเมิดทางกฎหมาย ทำให้เกิดกลุ่มก้อนคลัสเตอร์อยู่ โดยทางโรงงาน แคมป์คนงานก่อสร้าง และสถานประกอบการ ต้องเคร่งเรื่อง Bubble and seal หากต้องการทำงานต่อไป โดยขอให้มีมาตรการที่ชัดเจนและควบคุมได้ โดยเฉพาะวันนี้มีการหารือในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการติดเชื้ออยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งมีตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
รายการติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพมหานครประจำวันพบมีผู้ติดเชื้อ 2,772 ราย หากแบ่งตามเขตจะพบว่า 10 ลำดับแรก อยู่ในพื้นที่บางกอกน้อย 91 ราย มีนบุรี 90 ราย หนองจอก 79 ราย ลาดกระบัง 76 รายดุสิต 73 ราย บางซื่อ 73 ราย บางนา 73 รายธนบุรี 72 ราย บางพระ 72 ราย และบางแค 69 ราย
ที่ประชุมศปก.ศบค. ได้รับรายงาน ภูเก็ต sandbox พบว่ามีนักท่องเที่ยว เข้ามาในวันที่ 14 กันยายน จำนวน 284 ราย มีการจองที่พักจำนวน 524,221 คืน ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 กรกฎาคมของการเปิดโครงการที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวสะสมจำนวน 32,005 ราย พบว่ามีการติดเชื้อทั้งหมด 91 ราย แต่พบว่ามีสถิติผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ในพื้นที่จำนวน 229 ราย โดยจะพบว่าเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกาจำนวน 5,668 ราย อิสราเอล 3,699 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3,358 ราย สหราชอาณาจักร 3,338 ราย Germany 2,697 ราย ฝรั่งเศส 2,671 ราย Switzerland 1,101 ราย เป็นต้น ทั้งนี้พบว่าการตรวจพบสายพันธุ์ในพื้นที่จำนวน 21 รายเป็น Delta 20 รายและ Alpha 1 ราย สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ยังคงยืนยันว่า สามารถรับสถานการณ์ไหว และผู้ป่วยกว่าร้อยละ 90 ยังคงแข็งแรงดี อาการอยู่ในกลุ่มสีเขียว ส่วนกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองสีส้ม เพียงร้อยละ 4 และกลุ่มอาการสีแดงร้อยละ 6
ส่วนโครงการภูเก็ต sandbox 7 + 7 พบว่ามีการต่อยอดไปจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เกาะสมุยจำนวน 3,027 คืน เกาะพะงัน 822 คืน เกาะเต่า 87 คืน รวมทั้งสิ้น 3,936 คืน พังงาที่เขาหลัก จำนวน 1,369 คืน เกาะยาวน้อย 200 คืน เกาะยาวใหญ่ 367 คืน รวม 1,936 คืน กระบี่ที่เกาะพีพี หาดไร่เลย์ จำนวน 1,263 คืน รวมทั้งสิ้นการต่อยอดโครงการ 7 + 7 Extension จำนวน 7,135 คืน ส่งผลให้เศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาทางการท่องเที่ยวได้หายใจออกได้บ้าง นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณแผนการบินของสายการบินต่างๆ ที่ให้บริการกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามา
ส่วนความชัดเจนด้านแผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวนั้น นายแพทย์ทวีศิลป์ ชี้แจงว่า ผอ. ศบค. โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการว่า ให้มองไปถึงในช่วงการท่องเที่ยวในภาคปกติ หรือไตรมาส 4 ของทุกปี โดยได้ให้นโยบายเป็นข้อสั่งการว่า ขอให้มีการเตรียมความพร้อมให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ เพื่อที่จะได้ท่องเที่ยวในช่วง High Season โดยต้องดูพื้นที่ ต้องมีพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวปลอดภัยจาก covid-19 หรือ covid free tourism area sandbox
โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปพิจารณา ทั้งพื้นที่ที่เป็นเกาะ และพื้นที่ที่มีสนามบินลง นอกจากนี้ยังมีการกำหนดมาตรการในการป้องกันและควบคุม covid ในพื้นที่ โดยต้องได้รับความเห็นชอบในการดำเนินการ แต่ต้องดูความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน รวมไปถึงมีการพิจารณาตัวเลขผู้ติดเชื้อว่าสามารถควบคุมได้หรือไม่ มีการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมเพียงพอ ขีดความสามารถการรักษา โดยทั้งหมดจะแบ่งเป็น 2 ระยะในพื้นที่นำร่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยสถานที่ที่มีความพร้อมให้สามารถดำเนินการทดลองเปิดได้เลย อย่างภูเก็ต สมุย โดยในระยะที่ 2 อาจเป็นพื้นที่อื่นๆ อาจจะเป็น 15 ตุลาคมหรือเดือนพฤศจิกายนไปแล้ว โดยอาจหาพื้นที่ที่มีความพร้อมอื่นๆในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว
ในช่วงท้ายนายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนการ์ดอย่าตก พยายามใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ อย่านำมือไปสัมผัสบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะระหว่างถอดหน้ากากรับประทานอาหาร ขอให้รักษาระยะห่าง เนื่องจากการฟุ้งกระจายในวงอาหารเกิดขึ้นบ่อยมาก เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังตัวเองให้ถึงที่สุด และขอความกรุณาหากได้รับวัคซีนแล้วยังต้องป้องกันอย่างนี้ตลอดไป เพราะวัคซีนป้องกันป่วยหนักไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ