จีนทำการจัดหาอาหาร เวชภัณฑ์สำหรับฤดูหนาว และวัคซีนป้องกันโควิดให้อัฟกานิสถานใต้การควบคุมของกลุ่มตาลีบัน เพื่อเป็นการยืนยันสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศ

เรื่องดังกล่าวถูกแถลงการณ์ออกมาโดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน โดยเป็นการตัดสินใจภายหลังการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอัฟกานิสถาน เป็นการมอบความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินให้แก่ชาวอัฟกัน รวมถึงบริจาควัคซีนป้องกันโควิดให้ในล็อตแรกอีกกว่า 3 ล้านโดส เป็นไปตามนโยบายแบ่งปันวัคซีนให้แก่ประเทศรายได้น้อยซึ่งอัฟกานิสถานเข้าข่ายนั้น


รัฐมนตรีต่างประเทศจีนยังกล่าวภายในการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศว่า สหรัฐฯและชาติพันธมิตรควรแสดงท่าทีให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจกับมนุษยธรรมกับอัฟกานิสถานมากกว่านี้ ภายหลังการถอนก็ควรแสดงความรับผิดชอบ ช่วยให้การพัฒนาของอัฟกานิสถานมั่นคงและมีเสถียรภาพเพื่อธำรงอธิปไตยของดินแดนนี้ไว้


สิ่งที่จีนคาดหวังจากตาลีบันคือ การปราบปรามองค์กรก่อการร้ายและรวมชาติพันธุ์ให้เป็นปึกแผ่น อีกทั้งมีการเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายอย่าง ปากีสถาน, อิหร่าน, ทาจิกิสถาน, เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน ให้ความร่วมมือในการสร้างโครงสร้างทางการเมือง ช่วยเหลือในแนวทางจัดการกองกำลังก่อการร้ายอีกด้วย


แต่การร่วมมือจากบรรดาชาติตะวันตกตามที่ว่าคงเป็นเรื่องยาก เมื่อรายชื่อคณะรัฐบาลชั่วคราวของอัฟกานิสถานมี ซิราจุดดีน ฮักกานี รับตำแหน่งว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่เป็นผู้ต้องหาที่มีความเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายและกลุ่มอัลกออิดะ จนถูก FBI ตั้งค่าหัวไว้มากถึง 230 ล้านบาท

 

ที่ผ่านมาจีนมีความสัมพันธ์อันดีกับทางอัฟกานิสถานภายใต้ตาลีบันมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก และการประชุมในช่วงเดือนกรกฎาคมระหว่างผู้นำตาลีบันกับรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ให้การยอมรับแก่รัฐบาลตาลีบันรวมถึงแสดงความยินดีในการจัดตั้งคณะรัฐบาลชั่วคราวขึ้น


เช่นเดียวกับทางตาลีบันที่นิยามจีนเป็นมหามิตรและประกาศไม่ยอมให้กองกำลังใดใช้ดินแดนอัฟกันคุกคามจีน ทางโฆษกตาลีบันเองก็ประกาศชัดเจนถึงความเข้มแข็งระหว่างความสัมพันธ์อันดีกับจีน รวมถึงต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 


แต่ประเด็นสำคัญขึ้นอยู่กับว่าตาลีบันจะควบคุมกองกำลังมุสลิมหัวรุนแรงได้ขนาดไหน โดยเฉพาะกลุ่มหัวรุนแรงที่เรียกร้องเอกราชภายในพื้นที่ซินเจียง ก็เป็นประเด็นสำคัญที่จีนให้ความสนใจอย่างยิ่งในการประชุมที่ผ่านมา