นายพิชิต (ผู้ต้องหา)ให้การว่า “ตนได้รับว่าจ้างจากนายแก้ว(ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ให้มาขนลำเลียงยาเสพติด(ไม่ทราบชนิด) จำนวน 3 กระสอบ ในพื้นที่ ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นกัญชา จากนั้นจะนำไปส่งต่อในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และตนให้นางสาวภัทรพรฯ แฟนสาวขับรถมารับที่บ้าน โดยหลอกว่าจะพาไปเที่ยวและไปชื้ออาวุธปืนที่จังหวัดบึงกาฬ” จนท.นำตัวทั้ง 2 ไปตรวจหาสารเสพติดพบว่านายพิชิต(ผู้ต้องหา)มีผลบวก จึงตั้งข้อหา“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” , “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” และ “เป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
ต่อมาก่อนเวลาใกล้สว่าง เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันได้ลานตระเวนตรวจพบกระสอบสีดำต้องสงสัยจำนวนมากวางอยู่ริมแม่น้ำโขง บริเวณจุดชมวิวริมโขงจุดเหนือสุดแดนสยาม บ้านสะง้อ หมู่ที่ 2 ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นกัญชาแห้งอัดแท่งซุกซ่อนอยู่ในกระสอบสีดำจำนวน 14 กระสอบ จึงตรวจยึดนำของกลางมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่ร้อย ตชด.244 พบเป็นกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 500 แท่งน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จึงทำบันทึกตรวจยึด ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หอคำ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปทั้ง 2 คดี
โดย - นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี