"ศักดิ์สยาม แจงสภา ไม่เคยแทรกแซงการรถไฟฯ ปัญหาที่เขากระโดงเกิดนานแล้ว ต้องตรวจสอบสิทธิทุกคน ท้าฟ้องศาลหากเห็นว่าเอื้อประโยชน์พวกพ้อง

3 กันยายน 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงในสภา กรณีบ้านพักในจ.บุรีรัมย์ เป็นที่ดินของการรถไฟ ว่า ตนเป็นเพียงผู้อาศัยอยู่ในที่ดิน ที่มีโฉนดเลขที่ 3466 ออกตั้งแต่ปี 2515 ขณะนั้นตนอายุเพียง 10 ขวบ หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว ตนได้สั่งการให้การรถไฟดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ทุกอย่างต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินให้เรียบร้อยก่อน ไม่เคยไปแทรกแซงใดๆ

 

 

ส่วนข้อสงสัยที่การรถไฟ ไม่ฟ้องขับไล่ หรือเก็บค่าเสียหายในรูปแบบของค่าเช่านั้น โดยหลักก็ต้องตรวจการออกเอกสารสิทธิก่อนเช่นกัน ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาขั้นต้น ทำให้การรถไฟมีความเชื่อว่าการออกเอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดินมีความคาดเคลื่อน ก็จำเป็นต้องให้กรมที่ดินพิจารณาเพื่อถอนโฉนดที่ออกทับที่ดินการรถไฟ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 11 ต่อไป

 

ศักดิ์สยาม ท้าฟ้องศาลหากเห็นว่าเอื้อพวกพ้อง

 

ก็ได้มีหนังสือประสานงานกับกรมที่ดินแล้ว และในฐานะรัฐมนตรีคมนาคมได้มอบนโยบายให้การรถไฟ ดำเนินการทุกขั้นตอนตามระเบียบกฎหมาย ตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติด้วยความเท่าเทียมเสมอภาค และโปร่งใส ซึ่งข้อพิพาทที่เกิดขึ้นต่างๆ มีความคืบหน้ามากกว่าทุกยุคทุกสมัย โดยให้รายงานผลทุกเดือน เช่นเดียวกับปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เครือข่ายสลัมสี่ภาค ผู้บุกรุกในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้ดำเนินการแก้ไขอยู่

ศักดิ์สยาม ท้าฟ้องศาลหากเห็นว่าเอื้อพวกพ้อง

 

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหาว่าตนเป็นผู้นำการบุกรุกและใช้กระบวนการทางกฎหมาย ก็ต้องถามว่าในญัตติเข้าใจอะไรผิดหรือไม่ เพราะการบุกรุกของประชาชนมีมาตั้งแต่ปี 2502 ซึ่งตนยังไม่เกิด และหากใครมีข้อมูลหรือหลักฐานชี้ชัดว่าตนเอื้อให้เครือญาติถือครอบครองเอกสารหรือโฉนดที่ดินด้วยวิธีฉ้อฉล ก็ขอให้ไปยื่นฟ้อง เพื่อเพิกถอนโฉนดได้ทันที แต่ขอให้ทำแบบเดียวกันทั่วทั้งประเทศ อย่าทำแต่ที่เขากระโดงเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม การที่ตนอาศัยอยู่ในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ แล้วถูกกล่าวหาว่าผิดจริยธรรม ถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง แบบนี้ ส.ส.ทุกคนมีที่อยู่อาศัยอยู่ในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ก็ผิดจริยธรรมกันทั้งหมด