ในส่วนของมาตรการเยียวยา สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี หรือ 3 ปี ระหว่างวันที่ 10 เม.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 ประกอบด้วย
1.ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบข้อเขียน
2.ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สิ้นอายุเกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถชนิดส่วนบุคคลชั่วคราว สิ้นอายุเกินกว่า 3 ปี ให้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ จากเดิมอบรมไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ได้รับสิทธิเยียวยาเป็น อบรมในหลักสูตรใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง โดยอบรมผ่านระบบ e-Learning ได้
3. ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก สิ้นอายุเกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถเท่านั้น ส่วนเอกสารประกอบคำขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถ เช่น ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการผ่านการอบรมและทดสอบ คำขอที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ผลผ่านการอบรมจากระบบ e-Learning ที่สิ้นอายุ อนุโลมให้ใช้ประกอบการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ผ่อนผันการบังคับใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว ยังสามารถใช้แสดงตนได้ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการให้บริการด้านทะเบียนและภาษีรถ ณ สำนักงานขนส่ง เปิดให้บริการปกติ โดยการดำเนินการทางทะเบียนที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการไว้ตรงกับช่วงเวลางดให้บริการ เช่น โอนรถ แจ้งย้ายรถ การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ หรือแจ้งเลิกใช้รถ เป็นต้น
กรมการขนส่งทางบกได้ขยายระยะเวลาให้สามารถมาดำเนินการได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยเจ้าของรถไม่ต้องชำระค่าปรับ ในส่วนของการตรวจสภาพรถ ให้ยกเว้นการตรวจสภาพรถยนต์ที่ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (รถแท็กซี่) ที่ถึงกำหนดตรวจสภาพเพื่อเสียภาษีประจำปี หรือครบกำหนดระยะเวลาการตรวจสภาพตามรอบ 3 เดือน หรือ 4 เดือน หรือ 6 เดือน แล้วแต่กรณี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2564 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 แต่ไม่รวมถึงกรณีการตรวจสภาพเพื่อขยายอายุการใช้งานจาก 9 ปี เป็น 12 ปี ซึ่งต้องนำรถเข้าตรวจสภาพตามเดิม
ทั้งนี้ ยังคง “งดการออกหน่วยเคลื่อนที่” ด้านทะเบียนและภาษีรถ และด้านใบอนุญาตขับรถ ณ หน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งชุมชน (Shop Thru for Tax) หรือศูนย์บริการร่วม ส่วนในเขตจังหวัดอื่นสามารถให้บริการได้ตามปกติทุกช่องทาง โดยให้ถือปฏิบัติตามตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด