ฝ่ายค้านมี 212 เสียง ก็ต้องหาอีก 30 เสียง / พรรคเล็ก 1 เสียงที่หนุนรัฐบาลมี 11 เสียง / หากรวมกับพรรครักษ์ผืนป่าฯ 2 เสียง เป็น 13 เสียง / รวมกับพรรคชาติพัฒนา 4 เสียง และพรรคพล้งท้องถิ่นไทอีก 5 เสียง ก็จะมีเสียงรวมทั้งหมด 22 เสียง ขาดอีกเพียง 8 เสียงเท่านั้น / ขณะที่ ส.ส.พลังประชารัฐกลุ่มหนุน “4ช." คือ สาย “ธรรมนัส-วิรัช” มีอยู่ราวๆ 20 เสียง สองกลุ่มนี้รวมกันก็จะมี 40 กว่าเสียง แม้รัฐบาลจะมี “งูเห่า” ฝากเลี้ยงในพรรคเพื่อไทย แต่ก็น่าจะไม่พอ “พลิกกลับ” มาเป็นฝ่ายชนะได้
ล่าสุด ส.ว.สายสีเขียว (อดีตบิ๊กทหาร) ที่ใกล้ชิดกับนายกฯ ยอมรับแล้วว่า กำลังถูกเดินเกมล้มรัฐบาล และพรรคเล็กเทไปทางผู้กองธรรมนัสหมด / โดยมีเป้าหมายจับมือกับเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลชุดใหม่
ขณะที่เป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อการครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เก้าอี้ “รัฐมนตรีว่าการ” ในยุทธการเขย่าต้นมะม่วงเดิมอีกแล้ว แต่มองไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รหัส “มท.1” เลยทีเดียว
ทางออกของนายกฯจึงตีบตัน เพราะหากจะยกเก้าอี้ รมว.มหาดไทยให้ ก็ต้องอัญเชิญ “พี่เลิฟ” อย่าง “บิ๊กป๊อก” พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ออกไป ซึ่งน่าจะเป็นไปไม่ได้ และหากยอมกันถึงขนาดนี้ ก็จะเท่ากับหมดลาย ไม่สมควรที่จะเป็นผู้นำรัฐบาลต่อไป ทางออกของ นายกฯลุงตู่ นาทีนี้เหลือเพียง 3 ทาง คือ
1.ชิงลาออกก่อนโหวต เพราะถ้าโหวตไปก็แพ้แน่ แล้วทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการ ดึงเกมต่อไป เนื่องจากการเลือกนายกฯใหม่ไม่ง่าย เนื่องจากตัวบุคคลที่เหลือเป็น “แคนดิเดต” ไม่ได้รับการยอมรับจากสภา ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ / นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ / นายชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย โดยมีเพียงนายชัยเกษมคนเดียว ที่ยังอยู่กับพรรค / นอกจากนั้นก็มี นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นั่งรองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข อยู่ในปัจจุบัน / และสุดท้ายคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งออกจากส.ส.ไปแล้ว
ขณะเดียวกันการซาวเสียงเลือกนายกฯใหม่ ยังต้องใช้เสียง ส.ว.ร่วมโหวต เพราะเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา อยู่ที่ 367 เสียงขึ้นไป (หากรัฐบาลใหม่ไม่มีพรรคภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์เข้าร่วม ก็ยากที่จะมีเสถียรภาพ และจะเกิดปัญหาไม่ต่างจากรัฐบาลบิ๊กตู่ขณะนี้)
2.ลุ้นโหวตแล้วพลิกมาชนะ โดยช่วง 2-3 วันที่เหลือนี้ ต้องล็อบบี้ ดึงพรรคเล็กกลับมาสนับสนุนให้หมด เพื่อให้โหวตผ่านความไว้วางใจไปก่อน จากนั้นค่อยตัดสินใจทางการเมืองอีกที ว่าจะ “ยุบสภาดัดหลัง” หรือจะ “ปรับครม.ใหญ่” แจกเก้าอี้พรรคเล็ก ลอยแพกลุ่ม “4ช.” แล้วรอยุบสภา
3.ลุ้นโหวต แต่แพ้ ผลก็จะไม่ต่างจากข้อ 1 ที่สำคัญคือถ้าโหวตแพ้คาสภา จะเป็นนายกฯคนแรกตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมา ที่ต้องหลุดจากเก้าอี้ด้วยเหตุ “โหวตแพ้”
สำหรับสถานะของของ ครม.ประยุทธ์หลังจากโหวตแพ้ ก็จะกลายเป็นรัฐบาลรักษาการ เงื่อนแง่มีอยู่ 2 มุม คือ
1.ถ้าเป็นรัฐบาลรักษาการ เพราะลาออก หรือโหวตแพ้ ก็จะยุบสภาไม่ได้ ก็ต้องรักษาการไป เพื่อรอเลือกนายกฯใหม่ ซึ่งอาจต้องรักษาการค่อนข้างนาน เนื่องจากกระบวนการเลือกนายกฯใหม่ไม่ง่าย หากเลือกนายกฯในบัญชีพรรคการเมือง (แคนดิเดตที่เหลือ 5 คน) ไม่ได้ ก็ต้องขออนุมัติรัฐสภา ด้วยเสียง 2 ใน 3 หรือ เกือบๆ 500 เสียง
2.ถ้าเป็นรัฐบาลรักษาการเพราะชนะโหวต แล้วยุบสภา แบบนี้จะมีภาษีดีกว่า และอาจจะดึงเวลาเลือกตั้งโดยอ้างการแพร่ระบาดของโควิดได้ ทำให้เป็นรัฐบาลรักษาการได้นาน
การซาวเสียงเลือกนายกฯใหม่ รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามเสนอชื่อนายกฯคนที่แพ้โหวต ให้กลับมาทำหน้าที่อีก / แต่ในทางการเมืองถือว่าไม่ชอบธรรม และน่าจะโดนต้านจากม็อบนอกสภา