กลายเป็นข้อถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ไร้คนขับของเทสล่า ชนเข้ากับรถตำรวจที่กำลังจอดช่วยเหลือรถประสบปัญหาคันอื่นบนทางหลวง สร้างข้อกังขาใหม่ภายใต้การตรวจสอบความปลอดภัยโดยรัฐบาลกลาง

ตำรวจทางหลวงฟลอริด้ารายงานอุบัติเหตุในช่วง 05.00 น. ช่วงเช้าวันเสาร์ในเมืองออร์แลนโด้ ภายหลังเกิดเหตุรถยนต์ไร้คนขับพุ่งชนใส่รถตำรวจที่กำลังให้ความช่วยเหลือรถที่เสียหาย โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรง โดยระหว่างนั้นคนขับยืนยันว่าอยู่ระหว่างการใช้งานระบบขับอัตโนมัติ

 

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรก ศูนย์บริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงเปิดเผยว่า เกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับเทสล่าชนเข้ากับรถตำรวจ รถพยาบาล หรือพาหนะฉุกเฉินอื่นๆ ที่กำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุมาแล้วร่วม 11 ครั้ง เป็นค่าสถิตินับแต่วันที่ 22 มกราคม 2018 จนถึง 10 กรกฎาคม 2021 ในพื้นที่เก้ารัฐ 

 

ส่วนมากอุบัติเหตุเหล่านี้มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืน และเป็นในที่เกิดอุบัติเหตุช่วงกำลังทำการเข้าช่วยเหลือ ถึงเจ้าหน้าที่จะติดตั้งอุปกรณ์สำหรับควบคุมพื้นที่ไว้แล้วก็ตาม ตั้งแต่ไฟสัญญาณ, พลุ, ป้าย หรือกรวยจราจรคอยกั้น ตามขั้นตอนระเบียบขององค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐฯ และเมื่อมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตำรวจก็ต้องส่งเรื่องนี้ให้กับทั้งองค์กรความปลอดภัยบนท้องถนนฯและบริษัทเทสล่าไปพร้อมกัน

 

นั่นทำให้องค์กรความปลอดภัยบนท้องถนนฯต้องออกมาย้ำเตือน แม้มีระบบอัตโนมัติคอยช่วยเหลือคนขับก็ต้องมีสติรู้ตัวตลอดเวลาที่ใช้งาน เพื่อบังคับรถให้เลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางหรืออันตราย ในปัจจุบันยังไม่มียานยนต์ชนิดใดสามารถขับตัวมันเองได้ อีกทั้งเวลาเกิดความเสียหายในการขับ กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของรถคันนั้น

 

ยังไม่มีท่าทีตอบรับของเทสล่าจากอุบัติเหตุครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่การตรวจสอบขององค์กรความปลอดภัยบนท้องถนนฯ แม้ทางบริษัทจะออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า การใช้ระบบขับอัตโนมัติมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าในมนุษย์ แต่ยังจำเป็นต้องอาศัยสติและสมาธิของผู้ขับขี่คอยกำกับด้วยเช่นกัน

 

นอกจากการสอบขององค์กรความปลอดภัยบนท้องถนนฯแล้ว วุฒิสมาชิกบางท่านยังขอให้คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อ เปิดการสอบสวนเกี่ยวกับระบบขับอัตโนมัติ ว่าการโฆษณาของเทสล่าเรื่องรถสามารถขับได้ด้วยตัวเอง เป็นการทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อประชาชนหรือไม่ แต่ทางคณะกรรมการยังไม่มีปฏิกิริยาใดต่อเรื่องนี้

 

แซม อาบูซามิล ผู้เชี่ยวชาญด้านยานพาหนะกล่าวว่า ระบบขับหรือชะลอความเร็วอัตโนมัติที่มีอยู่ในรถหลายประเภท ทำหน้าที่ได้ดีในการชะลอความเร็วเมื่อเจอการจราจรคับคั่ง แต่มันถูกออกแบบให้ไม่ตอบสนองต่อวัตถุที่อยู่นิ่งเมื่อเข้าสู่ความเร็วมากกว่า 40 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป เพื่อไม่ให้รถหยุดเมื่อเจอสะพานลอยหรือรถจอดตามไหล่ทาง แต่ยังโชคดีที่ส่วนมากภายใต้ระบบเหล่านี้เบรกอัตโนมัติยังทำงานได้ทันท่วงที

 

ปัญหาใหญ่ในตอนนี้คือ เจ้าของรถทั้งหลายโดยมากมักเข้าใจว่ารถของพวกเขาขับเองได้ แต่ในความจริงระบบไฟสัญญาณเตือนในปัจจุบัน ออกแบบมาเพื่อเตือนมนุษย์ไม่ใช่ระบบรถยนต์ นั่นจึงกลายเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนในอนาคต

 

แม้ปัจจุบันระบบเหล่านี้จะทำงานได้ดี ช่วยเหลือคนขับได้มาก แต่มันสามารถเกิดความสับสนกับอะไรบางอย่างที่ไม่มีวันเกิดกับมนุษย์ได้เช่นกัน เพราะระบบเหล่านี้ไม่ได้ยืดหยุ่นเทียบเท่ากับความคิดของคนเรา มากกว่านั้นคือมันอาจเกิดปัญหาขึ้นกลางทางซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายในการใช้งานได้อีกด้วย