ผอ.องค์การเภสัชกรรม ยื่นคำร้อง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ เกรียงศักดิ์-อารักษ์ กรณีจัดหาชุดตรวจโควิด ATK 8.5 ล้านชุด อาจเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาฯ พบพิรุธเพิ่มมาตรฐาน WHO อาจเข้าข่ายกีดกันรายอื่น เพื่อล็อกสเปก

31 สิงหาคม 2564 รายงานข่าวจาก "สำนักข่าวอิศรา" ระบุว่า นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อํานวยการองค์การเภสัชกรรม ได้ยื่นคำร้องสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ร้องเรียนพฤติกรรมของ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบทและเครือข่ายชมรมแพทย์ชนบท และ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล ในฐานะคณะทํางานกําหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทําผิดต่อพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 กรณีการจัดหาชุดตรวจสําหรับโควิด ประเภท Antigen Test Kits หรือ ATK จํานวน 8.5 ล้านชุด

 

  • กระบวนการปกติในการจัดหายา เวชภัณฑ์ ตามแผนของ (สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ: สปสช.)
  • การจัดหาชุดตรวจโควิดประเภท Antigen Test Kits จํานวน 8.5 ล้านชุด มีข้อพิรุธ ต่อพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับ
  • การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้น มีรายละเอียดดังนี้..

 

1.กระบวนการปกติในการจัดหายา เวชภัณฑ์ ตามแผนของ สปสช.

  • ตามคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ระบุว่า สปสช.ไม่มีอํานาจในการจัดหายาและเวชภัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มอบหมายโรงพยาบาลราชวิถีจัดหายาและเวชภัณฑ์ ให้ สปสช. ตั้งแต่ พ.ศ. 2561 ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถี ได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม เป็นผู้จัดหายา และเวชภัณฑ์ให้ มีขั้นตอนดังนี้..

1.1 สปสช.จัดทําแผนความต้องการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตาม โครงการพิเศษ ส่งให้โรงพยาบาลราชวิถี

1.2 โรงพยาบาลราชวิถีส่งแผนความต้องการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตาม โครงการพิเศษ ให้องค์การเภสัชกรรม และจัดทําสเปกของแต่ละรายการให้องค์การเภสัชกรรม และมีวงเงิน กําหนดงบประมาณมาให้

 

ผอ.องค์การเภสัชฯ ร้องป.ป.ช.สอบ เกรียงศักดิ์-อารักษ์ ปม ATK 8.5 ล้านชิ้น

 

1.3 องค์การเภสัชกรรม ดําเนินการจัดหา ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามแผน และสเปกที่ได้รับ ตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจําหน่าย พ.ศ. 2561

 

 

1.4 เมื่อเสร็จกระบวนการตามข้อ 1.3 องค์การเภสัชกรรมแจ้งผลเสนอคณะอนุกรรมการ จัดทําแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตามโครงการพิเศษของปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ขอมติเห็นชอบ

 

1.5 องค์การเภสัชกรรมทําสัญญาจะซื้อจะขาย หรือใบสั่งซื้อกับ Supplier

 

1.6 โรงพยาบาลราชวิถีทําสัญญาจะซื้อจะขายหรือใบสั่งซื้อ กับองค์การเภสัชกรรม 8.5 ล้านชุด

 

2. การจัดหาชุดตรวจสําหรับโควิดประเภท Antigen Test Kits หรือ ATK จํานวน 8.5 ล้านชุด มีข้อพิรุธ ผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542

 

สปสช. โดยคณะอนุกรรมการกําหนดหลักเกณฑ์การดําเนินงานและการบริหารจัดการกองทุน มีคําสั่งที่ 5/2564 แต่งตั้ง คณะทํางานกําหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ประกอบด้วย นายเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานคณะทํางาน, คณะทำงานมี นายวชิระ บฏพิบูลย์, นายอารักษ์ วงศ์วรชาติ, นางกฤติยา ศรีประเสริฐ, นางกาญจนา ศรีชมภู, นางเบญจมาศ เลิศชาคร และนางอัญชลี หอมหวล

 

มีอํานาจหน้าที่จัดทําแนวทางในการกําหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, ดําเนินการต่อรองราคากับบริษัทผู้ขาย เพื่อให้ได้อัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขที่เหมาะสม, จัดทําข้อเสนอเพื่อพิจารณาปรับปรุงอัตราจ่ายค่าบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และรายงานต่อคณะอนุกรรมการกําหนดหลักเกณฑ์การดําเนินงานและบริหารจัดการกองทุน, เสนอแต่งตั้งคณะทํางาน และหรือเชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ความเห็นในการดําเนินการ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆที่ได้รับมอบหมาย

 

ผอ.องค์การเภสัชฯ ร้องป.ป.ช.สอบ เกรียงศักดิ์-อารักษ์ ปม ATK 8.5 ล้านชิ้น

โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2564 คณะทํางานฯ ดังกล่าว เสนอวาระการเตรียมการจัดหา Antigen Test Kit สําหรับประชาชน ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต่อคณะอนุกรรมการจัดทําแผนการ จัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตามโครงการพิเศษ เพื่อนําเสนอคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติติดต่อไป (ผู้ร้องไม่มีเอกสารรายงานการประชุมฉบับนี้)

 

วันที่ 22 ก.ค.2564 นายจักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการ ปฏิบัติการแทนเลขาธิการ สปสช. ทําหนังสือที่ สปสช. 4.69/14620 ถึงผู้อํานวยการโรงพยาบาลราชวิถี แจ้งให้โรงพยาบาล ดําเนินการจัดซื้อจัดหา ชุดตรวจและน้้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อโควิดแบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง จํานวนเบื้องต้น 8.5 ล้านชิ้น ภายใต้วงเงิน 1,014 ล้านบาท เป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อความต้องการตรวจวินิจฉัยคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิดภายในวันที่ 7 ส.ค.2564

 

ทั้งนี้ หากดําเนินการจัดซื้อจัดหาแล้วเสร็จ ขอให้ดําเนินการสรุปผลการจัดหาแจ้งต่อ สปสช.โดยด่วน เพื่อนําเสนอต่อคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ คณะอนุกรรมการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็น ตามโครงการพิเศษรับทราบต่อไป โดยแนบ 'ประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องกําหนดมาตรฐานและการประเมินชุดตรวจและน้ํายาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อโควิด มาให้เป็นขั้นตอนปกติตามข้อ 1.1 (เอกสารแนบ 1) เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน

 

ภญ.สมฤทัย สุพรรณกูล ผู้อํานวยการสํานักสนับสนุนระบบบริการยาและเวชภัณฑ์ สปสช. จึงได้ส่งไฟล์เอกสารดังกล่าวมาให้ในไลน์กลุ่ม 'ทีม สปสช., ราชวิถี, อภ.' เพื่อให้องค์การเภสัชกรรมดําเนินการคู่ขนานกันไป และตามขั้นตอนปกติตามข้อ 1.2 ทางโรงพยาบาลราชวิถี จะเป็นผู้จัดทําสเปคให้องค์การเภสัชกรรม จึงได้สอบถามไปในไลน์ถึงเรื่องสเปกทางโรงพยาบาลราชวิถีสามารถทําให้องค์การเภสัชกรรมได้เลยหรือไม่ จากสิ่งที่ส่งมาด้วยในหนังสือ สปสช.

 

ภญ.สมฤทัย กล่าวชี้แจงว่า จากคําแนะนําของกรมบัญชีกลาง ทางโรงพยาบาลราชวิถี จะต้องทําสเปกอีก น่าจะอ้างมาตรฐาน อย.ได้ องค์การเภสัชกรรมจึงได้นํามาตรฐาน อย. มาเป็นสเปกในการจัดหา (เอกสารแนบ 2) เอกสารตัวจริงจาก รพ.ราชวิถี เป็นหนังสือที่ สธ 0304/6304 ลงวันที่ 27 ก.ค.2564 ส่งถึงองค์การเภสัชกรรมวันที่ 29 ก.ค.2564 เป็นขั้นตอนปกติตามข้อ 1.2 (เอกสารแนบ 3)

 

วันที่ 23 ก.ค.2564 องค์การเภสัชกรรมได้ประชุมร่วมกับ สปสช. และโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อพิจารณารายละเอียดการดําเนินการ อีกทั้งได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการที่ติดต่อได้ 7 ราย (จากที่ได้ ขึ้นทะเบียนชุดตรวจ ATK ไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้วทั้งหมด 10 ราย) ถึงความสามารถในการส่งมอบชุดตรวจ ATK พบว่า ไม่มีรายใดสามารถส่งชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดได้ทันภายในวันที่ 7 ส.ค.2564 ที่ประชุมจึงได้ปรับการ ส่งของ เป็น 3 งวด งวดที่ 1 จํานวน 300,000 ชุด ภายในวันที่ 7 ส.ค.2564 งวดที่ 2 จํานวน 2,000,000 ชุด ภายในวันที่ 10 ส.ค.2564 งวดที่ 3 จํานวน 2,000,000 ชุด ภายในวันที่ 17 ส.ค.2564 งวดที่ 4 จํานวน 2,000,000 ชุด ภายในวันที่ 24 ส.ค.2564 งวดที่ 5 จํานวน 2,200,000 ชุด ภายในวันที่ 31 ส.ค.2564 และเริ่มดําเนินกระบวนการจัดหาโดยวิธีคัดเลือก ตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจําหน่าย พ.ศ.2561 ข้อ 11 (2) (เอกสาร แนบ 4) อีเมลเชิญผู้ประกอบการทั้ง 10 ราย ให้เข้ามายื่นซองเสนอราคาในวันที่ 27 ก.ค.2564 (เอกสารแนบ 5) (เป็นขั้นตอนปกติตามข้อ 1.3)

 

ผอ.องค์การเภสัชฯ ร้องป.ป.ช.สอบ เกรียงศักดิ์-อารักษ์ ปม ATK 8.5 ล้านชิ้น

วันที่ 24 ก.ค.2564 องค์การเภสัชกรรม ไลน์สอบถาม ภญ.สมฤทัย สุพรรณกูล ว่า วันที่ 27 ก.ค. สปสช.จะมาร่วมสังเกตการณ์หรือไม่ ภญ.สมฤทัย แจ้งว่า นพ.เกรียงศักดิ์ หรือคุณอัญชลี จะเข้ามาสังเกตการณ์ และองค์การเภสัชกรรม ได้ส่ง Link Zoom meeting ไปให้ในวันที่ 26 ก.ค.2564 เวลา 14.30 น. (เอกสารแนบ 6)

 

วันที่ 27 ก.ค.2564 ซึ่งเป็นวันเปิดซอง มีกําหนดยื่นซองเอกสารและซองราคา เวลา 8.30-4.00 น. มีบริษัทตอบกลับรับทราบกําหนดการเสนอราคาดังกล่าว จํานวน 4 ราย บริษัทที่ไม่ตอบ กลับได้แก่ บริษัทเอ็มพีกรุ๊ป (standard Q) มีผู้เข้าร่วมเสนอราคาที่มีคุณสมบัติและเสนอรายละเอียด ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามที่กําหนด จํานวน 5 ราย ได้แก่ บริษัท โรช ไดแอทโนสติกส์ (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัท เจเนอรัลไซเอนซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จํากัด, บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จํากัด, บริษัท ดีซีเอซ ออริกา (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จํากัด และ บริษัท ซีเมนส์ เฮลท์แคร์ จํากัด

 

ในการนี้มีเหตุการณ์ที่เป็นข้อพิรุธ คือ บริษัท เอ็มพีกรุ๊ป (standard Q) ไม่ได้มายื่นซองในเวลาที่กําหนด จะขอยื่นซองทางอีเมล องค์การเภสัชกรรมแจ้งไม่สามารถรับซองทางอีเมลได้ เนื่องจากแจ้งเงื่อนไขไว้ในแบบเชิญยื่นซองแล้วว่า ต้องยื่นที่ห้องรับซองเปิดซอง 1 ชั้น 2 อาคารอํานวยการองค์การเภสัชกรรม บริษัท เอ็มพีกรุ๊ป ทําผิดเงื่อนไขจึงไม่ได้เข้าร่วมการเสนอราคา

 

ผอ.องค์การเภสัชฯ ร้องป.ป.ช.สอบ เกรียงศักดิ์-อารักษ์ ปม ATK 8.5 ล้านชิ้น

เมื่อนายเกรียงศักดิ์ และ นายอารักษ์ เห็นว่า กรรมการเปิดซองไม่รับ บริษัท เอ็มพีกรุ๊ป แน่แล้ว จึงได้ข่มขู่กรรมการ เปิดซองว่าไปตัดสิทธิผู้ค้ารายใหญ่ที่อยู่ใน List ที่ WHO รับรองไม่ได้ ต้องให้ บริษัท เอ็มพีกรุ๊ป เข้ามาสู่กระบวนการแข่งขันให้ได้ และพูดหลายครั้งว่า ถ้ายังเดินหน้าต่อไป กรรมการเปิดซองจะต้องรับผิดชอบ

 

นอกจากนี้ยังอ้างเรื่องการจัดส่งว่าต้องให้ส่งไปทั่วประเทศไม่ใช่ส่งที่องค์การเภสัชกรรม ทั้งที่ เดิมไม่เคยตกลงไว้แบบนี้มาก่อน ทําให้ในที่สุดกรรมการก็จําเป็นต้องยกเลิกการเปิดซองในครั้งนี้ไป (เอกสารแนบ 7 - เอกสารถอดเทปจะส่งตามมาภายหลัง) โดยองค์การเภสัชกรรมได้ทําหนังสือขออนุมัติจากผู้อํานวยการเมื่อวันที่ 29 ก.ค.2564 และอีเมลแจ้งบริษัททั้ง 5 ราย ในวันที่ 6 ส.ค.2564 (เอกสารแนบ 8)

 

วันที่ 28 ก.ค.2564 สปสช. นายจเด็จ ธรรมธัชอารี ได้ทําหนังสือที่ สปสช. 6.70/15444 ถึงผู้อํานวยการโรงพยาบาลราชวิถี (เอกสารแนบ 4) เพิ่มรายละเอียดในสเปกดังนี้..

  1. กําหนดระยะเวลาส่งมอบชุดตรวจ จํานวน 4.5 ล้านชุด โดยเร็วที่สุด และใช้วิธีการจัดหา เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และรวดเร็ว ให้ทันต่อสถานการณ์แพร่ระบาด
  2. ชุดตรวจ ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ ได้รับการรับรองจาก WHO ซึ่งชุดตรวจต้องมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับประเทศและระดับสากล
  3. อัตราราคาชุดตรวจ รวมค่าขนส่งชุดตรวจไปยังหน่วยบริการ สถานบริการ หรือหน่วยงาน ที่ สปสช.กําหนด และรวมถึงค่าบริหารจัดการที่อาจเกิดขึ้นขององค์การเภสัชกรรมแล้ว

 

วันที่ 29 ก.ค.2564 นายเกรียงศักดิ์ กําหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ทําหนังสือที่ สปสช. 6.70/0271 ถึง เลขาธิการ สปสช. เสนอให้จัดหาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง คุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐาน จากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาและได้รับการรับรองมาตรฐานจาก WHO อัตราการจัดหาไม่เกิน 120 บาทต่อชุด รวมค่าขนส่งไปยังหน่วยบริการในพื้นที่ขายชุดละ 120 บาท และค่าบริหารจัดการที่อาจเกิดขึ้นขององค์การเภสัชกรรมแล้ว และส่งมอบงวดที่ 1 จํานวน 3,000,000 ชุด ภายใน 1 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ 2 จํานวน 3,000,000 ชุดภายใน 3 วันนับจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ 3 จํานวน 2,500,000 ชุด ภายใน 14 วันนับจากวันลงนามในสัญญา (โดยแนบสเปกลงลายมือชื่อ นายเกรียงศักดิ์ มาด้วย) (เอกสาร แนบ 10)

 

ในการนี้จะเห็นข้อพิรุธว่า นายเกรียงศักดิ์ เสนอเปลี่ยนสเปกที่เลขาธิการ สปสช.แจ้งโรงพยาลาลราชวิถี ไปว่า ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อประกอบกับราคา 120 บาท (บริษัท เอ็มพีกรุ๊ป เสนอ บริษัท Abbott เสนอ 140 บาท) จึงเป็นการล็อกสเปกให้ บริษัท เอ็มพีกรุ๊ป (Standard Q) เข้ามา ได้บริษัทเดียวเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ของตน ผ่านการรับรองมาตรฐาน จาก WHO ยังไม่มีใครทราบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองเป็นคนละรายการกัน) และยังกําหนดให้มีการจัดส่งถึง 5 ล้านชุดภายใน 3 วันหลังทําสัญญา เป็นการล็อกสเปกเช่นกัน

 

พร้อมกันนั้น ได้ทําหนังสือเสนอให้เลขาธิการ สปสช.ลงนามถึงโรงพยาบาลราชวิถี ข้อความตามที่ตนเสนอ (เอกสารแนบ 10) ซึ่งเลขาธิการ สปสช.ได้ ลงนามหนังสือดังกล่าว จึงทําให้มีผลเปลี่ยนแปลงสเปกเป็นไปตามที่ นายเกรียงศักดิ์ เสนอ (เอกสารแนบ 11) ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถี ได้ทําหนังสือที่ สธ0304/6467 ลงวันที่ 5 ส.ค.2564 แจ้งสเปกดังกล่าวมาที่องค์การเภสัชกรรม (เอกสารแนบ 12)

 

อนึ่งเมื่อเปรียบเทียบมาตรฐานของ WHO และ อย.พบว่า มาตรฐาน อย.สูงกว่า WHO โดย WHO กําหนด sensitivity มากกว่าหรือเท่ากับ 80% ในขณะที่ อย.กําหนด 90% และ WHO กําหนด specifictity มากกว่าหรือเท่ากับ 97% ในขณะที่ อย.กําหนด 99% จึงเห็นข้อพิรุธอย่างชัดเจน ว่า การที่เพิ่มมาตรฐาน WHO เข้าไป ไม่ได้ทําให้ได้ของที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น แต่เป็นการกีดกันผู้ประกอบการ รายอื่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน WHO ล็อกสเปกให้กับบริษัทเอ็มพีกรุ๊ป (Standard Q) (เอกสารแนบ 13)

 

วันที่ 31 ก.ค.2564 องค์การเภสัชกรรม ส่งอีเมลถึง สปสช.ขอให้แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบในการจัดหา ATK ผู้จัดทํา TOR ย่อมต้องทราบว่ามีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตาม TOR จํานวนกี่ราย ขอให้แจ้งชื่อผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตาม TOR ดังกล่าวมาให้องค์การเภสัชกรรมทราบทุกรายด้วย หากมีผู้ประกอบการที่เข้าตาม TOR ดังกล่าวมากกว่า 1 ราย องค์การเภสัชกรรมจะดําเนินการโดยวิธีคัดเลือกเร่งด่วน แต่หากมีผู้ประกอบการที่เข้าได้ตาม TOR เพียงรายเดียว จึงดําเนินการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง (เอกสารแนบ 14)

 

วันที่ 1 ส.ค.2564 สปสช.ทําหนังสือที่ สปสซ. 6.30/15448 ถึงผู้อํานวยการโรงยาบาลราชวิถีอ้างถึงคณะทํางานกําหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งนายเกรียงศักดิ์ฯ เป็นประธาน แจ้งว่าต้องการใช้ชุดตรวจ ATK อย่างเร่งด่วน จึงขอยกเลิสเปกเดิมทั้งหมด (ตามหนังสือลงวันที่ 22, 24, 29 ก.ค.2564) และให้ใช้สเปกใหม่แทน โดยมีสาระสําคัญที่เปลี่ยน คือ ตัดมาตรฐาน WHO ออก และให้ส่งชุดตรวจทั้งหมดภายในวันที่ 10 ส.ค.2564 (เอกสารแนบ 15) วันที่ 5 ส.ค.2564 องค์การเภสัชกรรม ยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว จึงได้ทําหนังสือที่ สธ 5100/477 ถึงผู้อํานวยการโรงพยาบาลราชวิถี ติดตามสเปก (เอกสารแนบ 16)

 

วันที่ 3 ส.ค.2564 มีการประชุมร่วมระหว่าง สปสช. และองค์การเภสัชกรรม สรุปเปิดซองวันที่ 7 ส.ค.2564 ประชุมคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม เพื่อขออนุมัติสั่งซื้อในวันที่ 8 ส.ค.2564 ส่งเรื่องไปกองกฎหมายเพื่อทํานิติกรรมสัญญาในวันที่ 10 ส.ค.2564 กําหนดส่งมอบ 2 สัปดาห์ หลังทําสัญญา (เอกสารแนบ 17) องค์การเภสัชกรรมจึงได้ดําเนินกระบวนการจัดหาชุดตรวจฯ อีกครั้ง โดยวิธีคัดเลือก (เอกสารแนบ 18)

 

ในวันเดียวกัน นายอารักษ์ วงศ์วรชาติ คงเห็นว่าผู้อํานวยการ นายวิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ จะจัดหาโดยวิธีคัดเลือกอีกแล้ว จึงได้โทรศัพท์หานายวิฑูรย์ เวลา 14.05 น. แต่นายวิฑูรย์ ไม่สะดวกรับสาย จึงโทร.กลับไปเวลา 18.05 น. และถูก นายอารักษ์ข่มขู่ว่า 'ถ้าเอาของจีนเข้ามาผมโวยวายแน่' และยังชี้เป้าว่า มี 2 เจ้า คือ Abbott และ Standard 2 ทั้งๆ ที่ในสเปกตัดมาตรฐาน WHO ออกแล้ว แสดงว่าบริษัทที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. จํานวน 20 กว่าราย จะเข้าได้หมด แต่ก็ยังระบุชื่อเพียง Abbott และ Standard Q (เอกสารแนบ 19)

 

วันที่ 4 ส.ค.2564 องค์การเภสัชกรรม ส่งอีเมลเชิญบริษัทมาเสนอราคา จํานวน 24 ราย (เอกสารแนบ 20) มีบริษัทสอบถามทักท้วงเรื่องสเปกองค์การเภสัชกรรม จึงทําหนังสือถึงโรงพยาบาลราชวิถี ขอให้สอบถาม สปสช. (เอกสารแนบ 21) สปสช.จึงทําหนังสือตอบกลับมาและแก้สเปกตามที่บริษัททักท้วง (เอกสารแนบ 22) องค์การเภสัชกรรมจึงได้ดําเนินการแก้สเปก (เอกสารแนบ 23) ในวันเดียวกัน ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้สั่งการ นายจเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. ในที่ประชุม ให้ใช้วิธีประมูล ไม่ให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง เพราะมีชุดตรวจ ATK ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ อย. แล้ว ประมาณ 30 รายการ (เอกสารแนบ 24)

 

วันที่ 7 ส.ค.2564 เป็นวันเปิดซอง มีบริษัทมายื่นเอกสารเสนอราคา 19 ราย คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีคัดเลือก ตรวจสอบคุณสมบัติผ่านตามข้อกําหนด 16 ราย บริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จํากัด ได้รับมอบอํานาจให้เป็นผู้แทนจําหน่ายจากบริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จํากัด เสนอราคาต่ำที่สุด 65 บาท (ไม่รวม VAT) จึงเป็นผู้ชนะองค์การเภสัชกรรมเสนอคณะกรรมการ องค์การเภสัชกรรมให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 และ 16 ส.ค.2564 (เอกสารแนบ 25)

 

นายเกรียงศักดิ์ และนายอารักษ์ ยังมีความพยายามที่จะเอื้อ ประโยชน์ให้กับ บริษัท เอ็มพีกรุ๊ป (Standard Q) โดยให้ข่าวบิดเบือนโจมตีว่าองค์การเภสัชกรรม ลดสเปกในการจัดหา และด้อยค่าผลิตภัณฑ์ LEPU ที่ประมูลได้ อย่างต่อเนื่อง และยังข่มขู่ นายวิฑูรย์ หวังไม่ให้มีการเซ็นสัญญาซื้อ LEPU (เอกสารแนบ 26 -ส่งมาบางส่วน และจะมีเพิ่มเติมอีกภายหลัง)

 

3. ความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากองค์การเภสัชกรรมไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้ นายเกรียงศักดิ์ และ นายอารักษ์ ในการล็อกสเปก ทําให้ไม่มีความเสียหายเป็นตัวเงินงบประมาณในการจัดซื้อก็จริง แต่มีความเสียหายในเรื่องความล่าช้าเป็นอย่างมาก หากในวันที่ 27 ก.ค.2564 นายเกรียงศักดิ์ และนายอารักษ์ ไม่เข้ามาข่มขู่กรรมการเปิดซอง ไม่มาเพิ่มเติมสเปกในส่วน ที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ บริษัท เอ็มพีกรุ๊ป (Standard Q) การเปิดซองก็ไม่ต้องถูกเลื่อน ประเทศไทยก็จะได้รับชุดตรวจ ATK ครบ 8.5 ล้านชุด ในสิ้นเดือน ส.ค.2564 ไม่ใช่เพิ่งลงนาม ในสัญญาเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ทําให้ประชาชนเสียโอกาสในการแยกตัวผู้ป่วยออกจากผู้ไม่ติดเชื้อ มีผู้เจ็บป่วยล้มตายมากขึ้น

 

จากข้อเท็จจริงทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นข้อพิรุธหลายประการของ นายเกรียงศักดิ์ และนายอารักษ์ ที่กระทําผิดต่อพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอ ราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542

 

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา