ศบค.เปิด 5 จังหวัด ติดเชื้อรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น-ลดลง สมุทรปราการเพิ่มขึ้น 2,390 ราย สมุทรสาคร ลด 4,258 ราย พบทารกติดเชื้อสะสม 134 ราย มารดาเสียชีวิต 68 ราย ทารกเสียชีวิต 24 ราย ติดเชื้อใหม่วันนี้ 15,972 ราย หายป่วย 17,281 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 256 ราย

30 สิงหาคม 2564 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ประจำวันที่ 30 สิงหาคม ว่าประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 29 ของโลก ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 15,972 ราย ติดเชื้อในประเทศ 15,681 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 11 ราย จากเรือนจำที่ต้องขัง 280 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,161,200 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,190,0063 คน หายป่วยแล้ว 17,281 ราย หายป่วยสะสม 975,101 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 256 ราย เสียชีวิตสะสม 11,305 ราย คิดเป็น 0.97% ผู้ป่วยรักษาอยู่ 176,37 ราย ในโรงพยาบาล 14,703 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 161,434 ราย อาการหนัก 5,058 รายใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,062 ราย

ศบค.เปิด 5 จังหวัด ติดเชื้อเพิ่ม-ลดลง สลดพบทารกติดเชื้อสะสม 134 แม่ดับ 68 ราย

รับวัคซีนแล้ว 30,954,477 โดส เข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 211,293 ราย สะสม 23,018,371 ราย เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 62,463 ราย สะสม 7,350,348 ราย เข็มที่สามเพิ่มขึ้น 1,432 ราย สะสม 585,758 ราย

 

ผู้ป่วยเสียชีวิต 256 ราย เป็นชาย 137 ราย หญิง 119 ราย เป็นชาวไทย 240 ราย เมียนมา 14 ราย อังกฤษและไม่ระบุสัญชาติ ประเทศละ 1 ราย ค่ากลางอายุผู้ป่วย 69 ปี อายุระหว่าง 16-98 ปี พบอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป 179 ราย คิดเป็น 70% อายุน้อยกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรัง 55 ราย คิดเป็น 21% และไม่มีโรคเรื้อรัง 21 ราย คิดเป็น 8% เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่จังหวัดสิงห์บุรี เสียชีวิตที่บ้านหรือระหว่างส่งตัว 1 ราย และ 1 ราย ที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างส่งตัว พบปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อในพื้นที่ 246 ราย ติดจากคนรู้จัก 123 ราย ติดจากครอบครัว 9 ราย อาศัยในพื้นที่เสี่ยง 112 ราย และจากอาชีพเสี่ยง 2 ราย ที่กรุงเทพมหานคร 79 ราย ปริมณฑล 61 ราย ภาคใต้ 12 ราย  ภาคอีสาน 15 ราย ภาคเหนือ 15 ราย และภาคตะวันออก 74 ราย

 

เข้ามาจากต่างประเทศ 11 ราย แบ่งเป็น เดนมาร์ก 1 ราย อังกฤษ 1 ราย เมียนมา 6 ราย จากด่านพรมแดนทางบก 5 ราย และจากช่องทางธรรมชาติ 1 ราย และจากกัมพูชา 3 ราย จากด่านพรมแดนทางบก 2 รายและจากช่องทางธรรมชาติอีก 1 ราย

ศบค.เปิด 5 จังหวัด ติดเชื้อเพิ่ม-ลดลง สลดพบทารกติดเชื้อสะสม 134 แม่ดับ 68 ราย

นอกจากนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายสัปดาห์  5 อันดับแรก ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น โดยเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 17- 23 สิงหาคม และ 24- 30 สิงหาคม โดยสมุทรปราการ เพิ่มขึ้น 2,390 ราย ระยอง เพิ่มขึ้น 718 รายภูเก็ต เพิ่มขึ้น 502 ราย ตราด เพิ่มขึ้น 442 รายและกาญจนบุรี เพิ่มขึ้น 335 ราย ขณะที่ 5 จังหวัด ที่มีจำนวนผู้ป่วยลดลง คือสมุทรสาคร 4,258 ราย ชลบุรี 2,030 ราย ศรีสะเกษ 1,291 ราย นครปฐม 1,207 รายและนนทบุรี 1,162 ราย

ศบค.เปิด 5 จังหวัด ติดเชื้อเพิ่ม-ลดลง สลดพบทารกติดเชื้อสะสม 134 แม่ดับ 68 ราย

ขณะที่สถานการณ์ในหญิงตั้งครรภ์หญิง หลังคลอด  6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด ระหว่าง 1 เมษายนต์ ถึง 28 สิงหาคม ผู้ติดเชื้อ 2,542 ราย ทารกติดเชื้อ 134 ราย มารดาเสียชีวิต 68 ราย ทารกเสียชีวิต 24 ราย คนไทย 1,703 ราย คนต่างด้าว 839 ราย ผู้ติดเชื้อเคยรับวัคซีน 30 ราย 10 อันดับจังหวัดติดเชื้อสูงสุด กรุงเทพมหานคร 488 ราย สมุทรสาคร 449 รายปทุมธานี 101 ราย สมุทรปราการ 93 ราย นราธิวาส 87 ราย สงขลา 87 ราย ตาก 86 ราย ยะลา 80 รายพระนครศรีอยุธยา 77 ราย ขอนแก่น 63 ราย สตรีมีครรภ์ได้รับวัคซีนสะสมวันที่ 28 สิงหาคม เข็มที่หนึ่ง 36,095 รายเข็มที่สอง 3,462 ราย

ศบค.เปิด 5 จังหวัด ติดเชื้อเพิ่ม-ลดลง สลดพบทารกติดเชื้อสะสม 134 แม่ดับ 68 ราย

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว ขอย้ำในส่วนของข้อกำหนดออกความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ฉบับที่ 32 ที่ได้มีการประกาศใช้ โดยยังมีการแบ่งพื้นที่ 3 พื้นที่ คือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด โดยข้อกำหนดที่ออกมาหลายคนยังมองว่ามีการติดเชื้อกว่า 10,000 ราย เหตุใดจึงต้องรีบปลดล็อก โดยที่ประชุมศบค.จะไม่ใช้คำว่าปลดล็อกหรือผ่อนคลาย แต่ใช้คำว่า ปรับมาตรการ ซึ่งทั่วโลกต่างมีการปรับมาตรการทางสังคมในการเผชิญหน้ากับโควิด-19 การตรึงมาตรการเข้ม มีบางประเทศเท่านั้นที่สำเร็จและบางประเทศยังมีตัวเลขไม่มาก ซึ่งจะยังใช้วิธีการดังกล่าว

ส่วนประเทศที่มีการปรับเปลี่ยนจะคล้ายกับมาตรการที่เราทำ ซึ่งเป็นการปรับมาตรการทั้งการควบคุมโรค ความเป็นอยู่ของประชาชน ให้อยู่ในชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งจะใช้ช่วงเวลาตั้งแต่เดือนกันยายนในการออกมาตรการ  ก่อนหน้านี้ใช้คำว่าเซมิล็อกดาวส์ เคอร์ฟิวส์  ก็ได้ผลในบางพื้นที่ แต่เราต้องอยู่ในมาตรการ และปรับบ้างในบางส่วน เช่น ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ฉบับที่  32  ข้อ 2 ให้ข้อห้ามการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ขั้นตอนการอนุญาตจัดกิจกรรม การพิจารณาอนุญาต รวมทั้งกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มที่ได้รับการยกเว้น โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดห้ามจัดกิจกรรม ที่มีการรวมกลุ่มกันมากกว่า 25 คน

 

พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามการจัดกิจกรรม ที่มีการรวมกลุ่มกันมากกว่า 50 คน พื้นที่ควบคุม ห้ามจัดกิจกรรม ที่มีการรวมกลุ่มกันมากกว่า 100 คน ส่วนข้อ 3 ให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการภาครัฐและแผนการเกี่ยวกับการจัดหาและจัดสรรวัคซีน ยา เครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลสนาม สถานพยาบาล และเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ทั้งกลุ่มบุคคล องค์กร ผู้ประกอบการ แต่ละประเภทรับทราบและแนะนำแนวปฏิบัติ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ การเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติตน โดยเพิ่มการระมัดระวังในการป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด ตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบ “ครอบจักรวาล” ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด สำหรับการบังคับใช้ในอนาคต 

ศบค.เปิด 5 จังหวัด ติดเชื้อเพิ่ม-ลดลง สลดพบทารกติดเชื้อสะสม 134 แม่ดับ 68 ราย

นอกจากนี้ให้ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบขององค์กรหรือหน่วยงานตรวจสอบและกำกับดูแลให้มีการปฏิบัตตาม มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร “Covid Fee Setting” ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อลดการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อของสถานที่ กิจการหรือกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการบังคับใช้ในอนาคต การเปิดสถานที่และการดำเนินกิจการ กิจกรรมต่างๆให้เป็นไปอย่างปลอดภัยต่อเนื่องและยั่งยืน โดยให้มีการประเมินผลภายใน 1 เดือน เดือนกันยายน จะเป็นการทดสอบระบบนี้ ซึ่งในบางประเทศสำเร็จบางพื้นที่ หากจะประกาศใช้ทั้งประเทศจะต้องมีการทดสอบระบบนี้ด้วย ทั้งนี้ยังคงเคอร์ฟิวส์ระหว่าง 21.00-04.00 น. การเวิร์คฟอร์มโฮม รวมถึงมาตรการอื่นๆ ต้องยืดออกไปเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (ถึงวันที่ 14 กันยายน 2564)

 

ส่วนร้านจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่มสามารถเปิดให้บริการได้ โดยให้บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกินเวลา 20.00 น. ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และจำกัดจำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน หากเป็นการบริโภคในห้องปรับอากาศให้มีจำนวนไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนที่นั่งปกติ แต่หากเป็นการบริโภคในพื้นที่เปิดมีระบบถ่ายเทอากาศได้ดี เช่น ร้านอาหารขนาดเล็ก หาบเร่แผงลอย รถเข็น ให้มีจำนวนผู้นั่งบริโภคได้ไม่เกินร้อยละ 75 ของจำนวนที่นั่งปกติ และให้ใช้บังคับมาตรการนี้กับร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน

 

ส่วนสถานประกอบการ นอกห้างสรรพสินค้าศูนย์การค้า สถานเสริมความงาม ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม ให้เปิดดำเนินการได้ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือสถานประกอบการนวดแผนไทย ให้เปิดบริการได้เฉพาะการให้บริการนวดเท้า ตลาดนนัด ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติจนถึง 20.00 น. เฉพาะการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆจนถึงเวลา 20.00 น. เว้นแต่กิจการหรือกิจกรรมบางประเภท ที่กำหนดเงื่อนไขควบคุมให้บริการหรือให้ปิดดำเนินการไว้ก่อน คือ คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงามสามารถเปิดดำเนินการได้ และให้บริการได้ผ่านการนัดหมาย ส่วนร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม ให้เปิดบริการได้โดยผ่านการนัดหมาย สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือสถานประกอบการนวดแผนไทย ให้เปิดดำเนินการได้โดยผ่านการนัดหมาย และจำกัดเฉพาะการให้บริการนวดเท้า สถาบันกวดวิชา โรงภาพยนตร์ สวนสนุก สวนน้ำ สระว่ายน้ำ สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม การจัดเลี้ยงหรือการจัดประชุม ยังคงให้ปิดดำเนินการไว้ก่อน ส่วนการเดินทางจากพื่นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด ไปยังพื้นที่อื่นสามารถกระทำได้ เป็นต้น

 

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวช่วงท้ายว่า มาตรการดังกล่าวหลายคนบอกว่า ออกมาเช่นนี้ต้องทำอะไรยุ่งยาก ต้องขออภัยแทนศบค. ทุกท่าน รวมถึงผู้ออกมาตรการ เนื่องจากเราต้องการมีมาตรการใหม่ๆ นำไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งอาจจะมีความลำบากในการใช้ชีวิตหรือการประกอบการ แต่ทั้งหมดวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองชีวิตของประชาชนและคนที่เป็นลูกค้า รวมถึงคนใกล้ชิด ฉะนั้นเรื่องต่างๆ เหล่านี้หากเราช่วยกันควบคุมดูแลได้ จะทำให้สามารถเข้าไปสู่กระบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอื่นๆได้ด้วย และขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ในการให้ความร่วมมือในช่วงเวลาของเดือนกันยายนที่จะถึงนี้