เนชั่นทีวี

ข่าว

ส่งสำนวนฟ้อง "นายกฯ" แก้โควิดผิดพลาดให้ "ปธ.อุทธรณ์" ชี้ขาดเขตอำนาจศาล

30 ส.ค. 2564 | tinakit_rat

ส่งสำนวนฟ้อง "นายกฯ" แก้โควิดผิดพลาดให้ "ปธ.อุทธรณ์" ชี้ขาดเขตอำนาจศาล

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ส่งคดี ผู้เสียหายจากโควิด ยื่นฟ้อง นายกฯ แก้ปัญหาผิดพลาดจนเกิดการแพร่ระบาด ให้ประธานศาลอุทธรณ์ ชี้ขาด ว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจศาลใด พร้อมนัดฟังคำสั่ง 15 พ.ย.นี้

ส่งสำนวนฟ้อง "นายกฯ" แก้โควิดผิดพลาดให้ "ปธ.อุทธรณ์" ชี้ขาดเขตอำนาจศาล

วันนี้ (30 ส.ค.64) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  ศาลได้อ่านคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดีที่ น.ส.สุกัญญา วงศ์ศรีแสงสุอุทัย ผู้เสียหายจากสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดกับพวกรวม 8 คนเป็นโจทก์  ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 165

    

จากกรณีที่นายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยเเละบริหารงานผิดพลาด จนเกิดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด ถึง 4 ระลอก รวมทั้งบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ทำให้จํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบสาธารณสุขปกติไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจํานวนมากดังกล่าวได้

   

ศาลพิจารณาตรวจฟ้องเบื้องต้นแล้วเห็นว่า  โจทก์ทั้งแปด ยื่นฟ้องจำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรี ว่า กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157และมาตรา165 โดยที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 10 บัญญัติให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีมูลแห่งคดีเป็นการกล่าวหาว่า เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เฉพาะตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

จึงมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือไม่ อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 11 เห็นควรส่งสำนวนนี้ให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไม่ และรอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราวก่อน จนกว่าประธานศาลอุทธรณ์จะได้มีคำวินิจฉัยให้นัดพร้อม เพื่อรอฟังผลหรือฟังคำสั่งของประธานศาลอุทธรณ์ในวันที่ 15 พ.ย.นี้เวลา 09.00 น.

 

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังฟังคำสั่งว่า การที่คดีจะไปพิจารณาที่ศาลใดนั้นต้องดูเขตอำนาจศาล โดยก่อนหน้าที่จะมายื่นฟ้อง เราได้พิจารณาเเล้วว่ามาศาลนี้ถูกที่สุด โดยที่เราไม่ได้ไปยื่น ป.ป.ช. การฟังคำสั่งวันนี้ศาลก็ยังไม่ได้ชี้ว่าเป็นอำนาจของศาลใด เพียงเเต่ส่งไปศาลสูงพิจารณา เนื่องจากยังเห็นว่าเป็นเรื่องคาบเกี่ยวกัน แต่ถ้าสุดท้ายแล้วคดีจะต้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราก็ไม่ได้กังวล เราก็จะใช้ช่องทางนำคดีไปที่ศาลนั้น

“วันนี้เราได้เเถลงศาลว่า ที่ท่านอ่านรายงานกระบวนพิจารณาว่า ฟ้องตำเเหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ถูกทั้งหมด เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากเป็นนายกฯเเล้วยังเป็นประธาน ศบค. เเละยังเป็นประธานทุกคณะ ที่บริหารเรื่องโรคโควิด เราก็มองว่าตำเเหน่งประธานคณะต่างๆ อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ ซึ่งศาลท่านก็เข้าใจเเละเรายังได้เเถลงถึงอำนาจในหน่วยงานอื่นๆ นอกจากตำเเหน่งนายกฯเข้าไปด้วย”นายนรินท์พงศ์ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ นายนรินท์พงศ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้นำรายชื่อประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารทางสาธารณสุขผิดพลาดจากรัฐบาลกว่า 700,000 คน ที่ได้ลงชื่อในแคมเปญของ พรรคไทยสร้างไทย ในการร่วมฟ้องร้องดำเนินคดีอาญา กับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี เเละประธานบริหารหน่วยงานเกี่ยวกับโควิด เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมี นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้จัดการประกวดเวทีนางงามชื่อดัง เป็นโจทก์ในคดีด้วย

ข่าวล่าสุด