ภาพวงจรปิดชัด ชาย ขี่จยย.จอดหน้าร้าน เดินไปนั่งก่อนปัดกล้องวงจรปิดใช้ไฟลนกุญแจถังแช่ขโมยเบียร์ 20 ขวด ไก่ แคบหมูและแหนม เจ้าของวอนเห็นใจกันบ้างอย่าขโมยอยากกินมาขอกันดี ๆ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2564 พ.ต.ท.วิฑูรย์ ศรีชาย สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายงัดถังแช่ภายในร้าน เจ๊แมวปลาเผา ตั้งอยู่ริมถนนบ้านหนองบุ ม.14 ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี ขโมยเบียร์ 20 ขวด พร้อมเอากับแกล้มไก่ย่าง แคบหมู และแหนม โดยกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพคนร้ายเอาไว้ได้ จึงพร้อมด้วยตำรวจสืบสวน รุดไปตรวจสอบ 
ที่เกิดเหตุพบนางวิภาวดี แก้วหานาม หรือเจ๊แมว อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน ชาวบ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานีได้นำตำรวจตรวจสอบบริเวณรูสำหรับคล้องล็อกกุญแจถังแช่ที่ถูกคนร้ายใช้ไฟลนจนละลาย แล้วเปิดขโมยเบียร์ 20 ขวด ไก่ย่างที่ย่างจนสุกแล้ว 2 ตัว แคบหมู 1 พวง และแหนม 20 อัน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 2,000 บาท นอกจากนี้คนร้ายยังเดินไปด้านหลังร้านไปเปิดถังแช่ผักที่ไม่ได้ล็อกไว้ และประตูห้องเก็บของและรถจักรยานยนต์ แต่ไม่ได้ขโมยทรัพย์สินอะไร 
เปิดวงจรปิดล่าโจรงัดถังแช่ร้านส้มตำลักเบียร์20ขวดพร้อมกับแกล้ม

เปิดวงจรปิดล่าโจรงัดถังแช่ร้านส้มตำลักเบียร์20ขวดพร้อมกับแกล้ม

 

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าร้านและภายในร้านพบระบุเวลา 19.59 น.วันที่ 25 สิงหาคม พบคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี ขี่รถจักรยานยนต์แบบหญิง ตัดผมรองทรง สวมเสื้อคลุมแขนยาว กางเกงขายาว โดยจอดรถอยู่บริเวณหน้าร้านก่อนเดินเข้าทางข้างร้านมานั่งอยู่บนแคร่ไม้ในร้านมองและค้นหาทรัพย์สินมีค่าก่อนเดินไปผลักกล้องวงจรปิดภายในร้านขึ้นทั้ง 2 ตัว และลงมือใช้ไฟลนที่คล้องล็อกกุญแจถังแช่ขโมยทรัพย์สิน นำถุงพลาสติกของร้านใส่ และเดินหิ้วออกไปที่รถจักรยานยนต์ ก่อนขับย้อนกลับไปในตัวเมืองอุดรธานี โดยใช้เวลาอยู่ภายในร้านรวม 50 นาที  
เมื่อตำรวจและเจ้าของร้านดูภาพวงจรปิดได้นำมาเปรียบเทียบกับคนร้ายที่เคยเข้ามาหวังขโมยทรัพย์สินตอนช่วงค่ำวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่ามีตำหนิรูปพรรณคล้ายกันมาก และคาดว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกัน แต่ครั้งนั้นคนร้ายสวมกางเกงขาสั้น และขณะลงมือก่อเหตุคนร้ายเห็นกล้องวงจรปิด จึงไม่กล้าขโมยทรัพย์สินตกใจกลัวก่อนหลบหนีไป และไม่ได้ทรัพย์สินไป  
เปิดวงจรปิดล่าโจรงัดถังแช่ร้านส้มตำลักเบียร์20ขวดพร้อมกับแกล้ม

เปิดวงจรปิดล่าโจรงัดถังแช่ร้านส้มตำลักเบียร์20ขวดพร้อมกับแกล้ม

 

นางวิภาวดี แก้วหานาม หรือเจ๊แมว เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ฝากถึงคนร้ายอย่ามาซ้ำเติมกันในช่วงนี้ที่โควิดกำลังระบาดอย่างหนัก ทำให้ขายของไม่ดี และลูกค้าหายไปกว่าครึ่งเดือดร้อนกันทุกสาขาอาชีพไหนจะค่าเช่าที่เปิดร้านเดือนละ 1 หมื่นบาท ค่าน้ำค่าไฟเดือนละ 3,000 บาท และค่าลงทุนซื้อวัตถุดิบมาทำขาย หากไม่มีกินก็มาขอกันกินดี ๆ ไม่ใช่มาลักขโมยมันเสียความรู้สึก เพราะตั้งแต่มาเช่าที่เปิดร้านแห่งนี้ 4 ปี เคยถูกคนร้ายเข้ามางัดถังแช่แล้ว 4 ครั้ง  
บางครั้งตนก็ไม่ได้แจ้งความ เพราะคนร้ายได้ทรัพย์สินไปเล็กน้อย และบางครั้งไม่ได้อะไรไป ที่แจ้งความก็ถูกตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้หมดแล้ว พบว่าเป็นเยาวชน และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 และคาดว่าคนร้ายคงหิวมากไม่มีเงินซื้อเครื่องดื่ม และกับแกล้ม จึงตัดสินใจหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำ และได้ทรัพย์สินที่ต้องการก่อนหลบหนีไป และขอให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะกลัวจะไปก่อเหตุกับผู้ค้ารายอื่นอีก หรือหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำที่ร้านของตนด้วย 
โดย - เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์