แนวทางแก้ปัญหาที่นักเคลื่อนไหวรวมถึงนักการเมืองพยายามนำเสนอก็คือตำรวจต้องติดกล้องขณะปฏิบัติหน้าที่ ฝึกฝนให้อดทนอดกลั้นและเลิกอคติ ซึ่งผลการวิจัยระหว่างปี 2558-2559 พบว่าด้วยวิธีการเหล่านี้ทำให้การใช้ความรุนแรงของตำรวจโดยเฉพาะการใช้ปืนลดลง 21 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีหลายเมืองที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
ข้อมูลจาก Prison Policy Initiative เปรียบเทียบจำนวนคนที่เสียชีวิตจากการกระทำของตำรวจในประเทศพัฒนาแล้ว 10 ประเทศในปีนี้ว่าพบว่าสหรัฐมาเป็นที่หนึ่งด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตเกือบ 1,099คน ตามมาด้วยแคนาดา 36 คน ออสเตรเลีย 21 เยอรมนี 11 เนเธอร์แลนด์ 4 คน อังกฤษ 3 คน ญี่ปุ่น 2 และนิวซีแลนด์แค่ 1คนเท่านั้น ไอซ์แลนด์และนอร์เว ไม่มีเลย
ข้อมูลจาก World Population Review ชี้ว่าถ้าเทียบกันทั้งโลกตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีคนตายเพราะตำรวจในบราซิลมากที่สุดคือกว่า 6 พันต้นๆ ตามมาด้วยเวเนซูเอล่า 5 พันสอง ฟิลิปปินส์ 3 พัน 4 อินเดีย พัน 7 ร้อย ซีเรียเกือบพัน 5 ร้อย สหรัฐอยู่ในอันดับที่ 6 คือเกือบ 1,100 คน
1. Brazil – 6,160
2. Venezuela – 5,287
3. Philippines – 3,451
4. India - 1,731
5. Syria – 1,497
6. United States – 1,099
7. Nigeria – 841
8. El Salvador - 609
9. Afghanistan – 606
10. Pakistan – 495
หลังการตายของจอร์จ ฟลอยด์ หลายคนถึงกับเรียกร้องให้ยุบกรมตำรวจหรือยุติการให้งบประมาณเพื่อนำเงินไปใช้กับโครงการอื่น แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นข้อเรียกร้องที่มากเกินไปและอาจนำไปสู่หายนะได้ ควรหาทางปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่มีความหมายและคุณค่าและให้ตำรวจต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำ ดูสาเหตุและผลลัพธ์เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดจะดีกว่า
ชิบ จิตนิยม รายงาน