เนชั่นทีวี

ข่าว

เกาะติดความเคลื่อนไหว ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

25 ส.ค. 2564

เกาะติดความเคลื่อนไหว ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับประเด็น การกลายพันธุ์ของสายพันธุ์เดลตา ที่สะพัดกันหนาหูว่า กลายพันธุ์สู่ เดลตาพลัส ทีมข่าวเกาะติดความเคลื่อนไหวจากทาง ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์-โรงพยาบาลรามาธิบดี นำนำรายงานเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ “เดลตาย่อย” ในประเทศไทย

ตามที่นักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ‘สายพันธุ์เดลตา’ (Delta) เป็นสายพันธุ์โควิด-19 ที่มีความรุนแรง และระบาดได้รวดเร็วที่สุดในบรรดาสายพันธุ์โควิด-19 ทั้งหมด


ปัจจุบันพบว่า การแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์เดลตา แล้วใน 132 ประเทศทั่วโลก  และกำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดไปทั่ว(ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO)) รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่

 

เกาะติดความเคลื่อนไหว ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

‘เดลตา’สายพันธุ์หลักติดเชื้อในไทย

สายพันธุ์เดลตา หรือที่รู้จักในชื่อ โควิดสายพันธุ์อินเดีย  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ B.1.617.2 พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย โดยในไทยเริ่มรู้จักและมีการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาจากในกลุ่มคลัสเตอร์แคมป์คนงาน ก่อนที่จะมีการแพร่กระจายทั่วประเทศ และเป็นที่น่าจับตามองในประเทศไทย ณ เวลานี้ เพราะนอกจากนี้จะพบสายพันธุ์เดลตา แล้ว ยังมีการพบการกลายพันธุ์ “เดลตาย่อย”

 

รายงานล่าสุดจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์-โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อ 24 สิงหาคม 2564  มีการแถลงกรณีพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาย่อย ในประเทศไทย โดยทาง นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงอัปเดตข้อมูล การจำแนกตามสายพันธุ์ที่เฝ้าระวังและการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการถอดรหัสพันธุกรรมมากกว่า 2,000 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์เดลตา 2,132 ตัวอย่าง สายพันธุ์อัลฟา 134 ราย สายพันธุ์เบตา 29 ราย

เกาะติดความเคลื่อนไหว ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

ทั้งนี้ ภาพรวมของประเทศ ตามรายงานข้อมูล ช่วงระหว่างวันที่ 14-20 สิงหาคม 2564 2564 สัดส่วนสายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง สายพันธุ์เดลตา อยู่ที่ 93% เฉพาะในกรุงเทพฯ 96.7% อีก 3.3% เป็นอัลฟา ส่วนภูมิภาคพบเดลตา 85.2% อัลฟ่า 11% และเบต้า 3.8%

 

สรุปได้ว่า สายพันธุ์เดลตากระจายทั้ง 77 จังหวัดแล้ว จากสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่พบใน จ.สุพรรณบุรี  แต่สัปดาห์นี้พบ 3 ราย ดังนั้น เดลตาเป็นสายพันธุ์หลักที่ติดเชื้อในไทย

 

เกาะติดความเคลื่อนไหว ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

นพ.ศุภกิจ เปิดเผยอีกว่า สายพันธุ์เดลตามีชื่อว่า B.1.617.2 ไทยก็พบสายพันธุ์เดียวกับที่พบส่วนใหญ่ทั่วโลก กรมวิทยาศาสตร์ฯ มีการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสทั้งตัว สัปดาห์ละ 400-500 ราย เป็นอย่างน้อย ทำให้เราทำพบความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ต้องจับตาดู โดยจะประสานกรมควบคุมโรค ติดตามผู้ติดเชื้อรายนั้นว่ามีอาการเปลี่ยนแปลงอย่างไร มีอาการหนัก หรือมีการเพิ่มจำนวนที่ผิดปกติอย่างไร ซึ่งเป็นมาตรฐานของประเทศไทย

 

“เบื้องต้นยังไม่พบข้อแตกต่างตรงนี้ สำหรับสายพันธุ์ย่อยที่พบครั้งนี้ ต้องเรียนก่อนว่า ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย ยังมีอีกหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ สเปน เดนมาร์ก มีรายงานเช่นกัน ดังนั้น อย่าไปสรุปว่าเป็นสายพันธุ์ของไทย แต่เราต้องจับตามองว่าสายพันธุ์นี้จะมีผลต่อการควบคุมโรคหรือไม่ ซึ่งมีการติดตามต่อเนื่อง” นพ.ศุภกิจ กล่าว

 

กระจายในระลอกใหม่ และในขณะนี้จนทำให้มียอดผู้ป่วยรายใหม่พุ่งสูงถึง 20,000 ราย ต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากขึ้น

 

ทำความรู้จัก 'เดลตาย่อย' ในประเทศไทย       

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อัปเดต ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย โดยระบุว่า ตรวจพบเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา มีสัดส่วนกระจายอยู่ในทุกจังหวัดของประเทศไทยแล้ว ข้อมูลจากศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยถึงผลการสุ่มถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 จีโนมที่ระบาดในไทยทุกสัปดาห์พบว่า สายพันธุ์เดลตาที่ระบาดอยู่ในไทยในขณะนี้ เป็นสายพันธุ์ B.1.617.2  ซึ่งเริ่มปรากฏเดลตาสายพันธุ์ย่อย 4 สายพันธุ์ในไทย ดังนี้

1.AY.4 หรือ B.1.617.2.4 ตรวจพบในเดือน มิ.ย.-ส.ค.

  • จ.ปทุมธานี 4 ราย
  • จ.บุรีรัมย์ 1 ราย
  • จ.กำแพงเพชร 1 ราย
  • จ.เชียงใหม่ 1 ราย
  • จ.สมุทรปราการ 1 ราย
  • จ.ชลบุรี 1 ราย

เกาะติดความเคลื่อนไหว ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

2.AY.6 หรือ B.1.617.2.6 ตรวจพบในเดือน ก.ค.

  • ในพื้นที่ กทม. 1 ราย

 

3.AY.10 หรือ B.1.617.2.10 ช่วงที่พบเดือน ก.ค.

  • ในพื้นที่ กทม.1 ราย

 

4.AY.12 หรือ B.1.617.2.15 ช่วงที่พบเดือน ก.ค.-ส.ค.

  • ในพื้นที่ กทม. (พญาไท) 1 ราย
  • จ.สุราษฎร์ธานี  2 ราย

ทางด้าน นพ.สุรัคเมธ มหาศิริมงคล ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า AY.4 พบมากสุดใน จ.ปทุมธานี 4 ตัวอย่าง AY.6 พบในกรุงเทพฯ 1 ตัวอย่าง AY.10 พบกรุงเทพฯ 1 ตัวอย่าง และ AY.12 พบ จ.สุราษฎร์ธานี 2 ตัวอย่าง และกรุงเทพฯ 1 ตัวอย่าง ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งแต่ มิ.ย.ถึง ส.ค. โดยเราจะมีการติดตามและถอดรหัสพันธุกรรมอีก 6,000 ตัวอย่าง

เกาะติดความเคลื่อนไหว ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

 

อาการ ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

นพ.สุรัคเมธ กล่าวต่อว่าล่าสุดข้อมูลวันที่ 9 ส.ค.64 ทำให้ทราบว่ามีสายพันธุ์เดลตาย่อย AY.1 ไปจนถึง AY.25 ทุกตัวของสายพันธุ์เดลตายังมีคุณสมบัติแพร่กระจายเร็ว อาการรุนแรง

 

สำหรับเชื้อเดลตาพลัสที่อินเดียเคยรายงานนั้น คือ K417N ในไทยยังไม่เจอ อย่างไรก็ตาม กรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้มีการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของเชื้อไวรัส ใช้เวลา 3-5 วัน เราทำมาตลอด โดยเราถอดรหัสพันธุกรรม ทั้งจีโนมล่าสุด 1,955 ตัวอย่าง พบว่าเป็นอัลฟา 71% ส่วนเดลตา 23% ซึ่งเป็นการสุ่มตรวจตั้งแต่ 28 พ.ค. 2564 เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ทำให้เราพบสายพันธุ์เดลตาอยู่

 

นพ.ศุภกิจ กล่าวเสริมว่า อาการของผู้ป่วยเดลตาสายพันธุ์ย่อยนี้  ยังไม่พบว่าแตกต่างจากผู้ป่วยสายพันธุ์หลัก แต่ด้วยยังมีจำนวนไม่มากจึงต้องมีการติดตามต่อเนื่องอีก นอกจากนั้น ขณะนี้ในต่างประเทศยังไม่มีข้อมูลว่าแพร่เร็วขึ้น หรือทำให้อัตราการป่วยตายมากขึ้น และยังไม่ถูกจัดชั้นอะไร

 

ด้าน นพ.สุรัคเมธ กล่าวว่า เดลตาต้นกำเนิดมาจากอินเดีย การจะบอกว่าเดลตาเกิดในไทยก็ยังไม่ชัดเจน แต่ 4 ตัวนี้ชัดเจนว่าพบครั้งแรกในแถบยุโรป ซึ่งทั้งหมดอาจมาจากอินเดียก็ได้ แล้วกระจายไปทั้งโลก แต่ก็ต้องมีการศึกษาติดตามข้อมูลต่อไป

 

เกาะติดความเคลื่อนไหว ‘เดลตาย่อย’ ในไทย

อย่างไรก็ตาม สรุปการพบสายพันธุ์ย่อยในเดลตานั้นไม่ใช่สายพันธุ์ไทย และไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ แต่ 4 สายพันธุ์ย่อยนี้เป็นลูกหลานของเดลต้าที่พบในไทยอยู่แล้ว ซึ่งยังไม่พบความรุนแรง หรือมีผลใดๆ และไม่เป็นปัญหากับระบบใดๆ โดยหลังจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์ฯ และเครือข่ายจะติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง