ตามที่นักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ‘สายพันธุ์เดลตา’ (Delta) เป็นสายพันธุ์โควิด-19 ที่มีความรุนแรง และระบาดได้รวดเร็วที่สุดในบรรดาสายพันธุ์โควิด-19 ทั้งหมด
ปัจจุบันพบว่า การแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์เดลตา แล้วใน 132 ประเทศทั่วโลก และกำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดไปทั่ว(ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO)) รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่
‘เดลตา’สายพันธุ์หลักติดเชื้อในไทย
สายพันธุ์เดลตา หรือที่รู้จักในชื่อ โควิดสายพันธุ์อินเดีย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ B.1.617.2 พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย โดยในไทยเริ่มรู้จักและมีการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาจากในกลุ่มคลัสเตอร์แคมป์คนงาน ก่อนที่จะมีการแพร่กระจายทั่วประเทศ และเป็นที่น่าจับตามองในประเทศไทย ณ เวลานี้ เพราะนอกจากนี้จะพบสายพันธุ์เดลตา แล้ว ยังมีการพบการกลายพันธุ์ “เดลตาย่อย”
รายงานล่าสุดจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์-โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อ 24 สิงหาคม 2564 มีการแถลงกรณีพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาย่อย ในประเทศไทย โดยทาง นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงอัปเดตข้อมูล การจำแนกตามสายพันธุ์ที่เฝ้าระวังและการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการถอดรหัสพันธุกรรมมากกว่า 2,000 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์เดลตา 2,132 ตัวอย่าง สายพันธุ์อัลฟา 134 ราย สายพันธุ์เบตา 29 ราย
ทั้งนี้ ภาพรวมของประเทศ ตามรายงานข้อมูล ช่วงระหว่างวันที่ 14-20 สิงหาคม 2564 2564 สัดส่วนสายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง สายพันธุ์เดลตา อยู่ที่ 93% เฉพาะในกรุงเทพฯ 96.7% อีก 3.3% เป็นอัลฟา ส่วนภูมิภาคพบเดลตา 85.2% อัลฟ่า 11% และเบต้า 3.8%
สรุปได้ว่า สายพันธุ์เดลตากระจายทั้ง 77 จังหวัดแล้ว จากสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่พบใน จ.สุพรรณบุรี แต่สัปดาห์นี้พบ 3 ราย ดังนั้น เดลตาเป็นสายพันธุ์หลักที่ติดเชื้อในไทย