คลิปเหตุการณ์ที่มีการกล่าวอ้างว่า ตำรวจระดับผู้กำกับการสถานี ลงมือก่อเหตุทำร้ายผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยการเอาถุงคลุมศีรษะจนเสียชีวิต ซึ่งรูปแบบการสืบสวนสอบสวนแบบนอกกฎหมายแบบนี้ มีจุดเริ่มต้นมายังไง และมีรูปแบบอะไรบ้าง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พันตำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม บอกกับ “ข่าวข้นคนข่าว” วานนี้ (24 ส.ค.) ว่า การกระทำในลักษณะนี้ ไม่เรียกว่า การสอบสวนผู้ต้องหา และผิดกฎหมายทุกขั้นตอน ถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสืบสวนสอบสวนมากกว่า เพราะการสอบสวนที่ถูกต้องต้องเป็นไปตามกฎหมาย ป.วิอาญา

 

แต่สิ่งที่น่ากังวล ก็คือ พฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ยังคงมีอยู่แทบทุกที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการสืบทอดพฤติกรรมต่อกันมา เป็น “มรดกปีศาจ” ตั้งแต่สมัยยุคฆ่าตัดตอน จึงทำให้ตำรวจติดนิสัยทารุณกรรมผู้ต้องหา เพื่อต้องการรีดเอาข้อมูล และนำไปขยายผลการสืบสวนสอบสวน โดยเฉพาะคดียาเสพติด จะมีช่องว่างที่ตำรวจสามารถคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนตามสถานที่อื่นๆที่ไม่ใช่โรงพัก หรือที่นิยมเรียกว่า “เซฟเฮ้าส์” ซึ่งปกติแล้ว การควบคุมตัวผู้ต้องหา หากจับกุมตัวได้พื้นที่ไหนก็ต้องนำตัวส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่ชุดที่ตามไปจับกุมไม่มีอำนาจสอบสวนเอง

เปิดคัมภีร์วิธีการ “ทารุณกรรมผู้ต้องหา” ฉบับสีกากีไทย

พันตำรวจเอกวิรุตม์ ยังบอกอีกว่า ส่วนรูปแบบการทารุณกรรม เพื่อรีดเบาะแสจากผู้ต้องหามีหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สมุดโทรศัพท์ฟาดไปตามร่างกาย (สมัยก่อนจะเห็นสมุดโทรศัพท์เล่มใหญ่ๆวางอยู่ตามห้องตำรวจสืบสวน) การใช้ความร้อนลนไปที่อวัยวะเพศ การเตะหรือถีบ หรือแม้แต่การนำตัวผู้ต้องหาใส่เข้าไปในถังน้ำมัน 200 ลิตร และนำน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆมาแช่น้ำไว้ให้ทรมาน รวมถึงการใช้พฤติกรรมสุดแปลกแบบที่เจ้าหน้าที่จะคิดได้ เช่น การถอดเสื้อผ้าออก ก่อนจะเอาเชือกผูกกับอวัยะเพศ และนำเชือกไปผูกกับพัดลมเพดาน  เอาน้ำเย็นกรอกปากให้กินน้ำเข้าไปจำนวนมากๆ ซึ่งทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ที่ทำการสอบสวน

แต่ในยุคหลัง มีการนำแพทย์เข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการสอบสวน ฉะนั้น การใช้วิธีทารุณกรรมที่ทำให้มีร่องรอยการถูกทำร้าย จึงไม่เป็นที่นิยม แต่จะใช้วิธีทรมานทางจิตวิทยา เช่น การเอาถุงดำคลุมหัว  การปล่อยให้นั่งในห้องคนเดียวเป็นเวลานานๆ หรืออาจจะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินไปมาให้เกิดความรำคาญ  การใช้มือลูบหัว  การสอบปากคำเป็นเวลานานๆ ไม่ให้ผู้ต้องหาพักผ่อน  การให้นั่งใต้เครื่องปรับอากาศที่ปรับให้ความเย็นสูงสุด และกระแสลมตกลงศีรษะ

เปิดคัมภีร์วิธีการ “ทารุณกรรมผู้ต้องหา” ฉบับสีกากีไทย

สำหรับ สถานที่ก็มีทั้งแบบอินดอร์ และเอ้าท์ดอร์ โดยในแบบเอ้าท์ดอร์ ก็คือ ตามทุ่งนา ป่า สวน ซึ่งวิธีนี้อาจจะถึงขั้นหายสาปสูญไปได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบอินดอร์ สถานที่ที่ใช้ ถ้าไม่ใช่ “เซฟเฮ้าส์” ก็จะเป็น “ห้องตำรวจสืบสวน” ซึ่งสังเกตได้ง่าย เช่น จะมีความลึกลับ  ตั้งอยู่นอกโรงพัก  ตั้งอยู่ในมุมลับตา  ภายในห้องจะเก็บเสียงออกไปยังด้านนอก และมีการติดฟิล์มดำ ป้องกันคนข้างนอกมองเห็น     

 

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับอดีตตำรวจชุดสืบสวนชื่อดังคนหนึ่ง ซึ่งหากบอกชื่อไปรู้จักกันแน่นอน เขาบอกว่า จากที่ตนเองได้ดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บอกได้เลยว่า คนที่ก่อเหตุยังขาดประสบการณ์ในการทารุณกรรมผู้ต้องหา เพราะถ้าคนที่ทำเป็นจะรู้จังหวะผ่อนเบา หรือจังหวะที่ควรทำ ซึ่งกรณีนี้เห็นได้ชัดว่า ตำรวจที่อยู่ในคลิปต้องการทรมานเพื่อเรียกเงิน ไม่ได้หวังจะเอาชีวิต เพราะถ้าต้องการเอาชีวิตผู้ต้องหาคงไปกระทำตามป่าเขาแทน แต่วิธีการทำแบบนี้ ตำรวจสายสืบรู้กันดีหมด แถมตนยังรู้ว่า ตำรวจคนที่ก่อเหตุเป็น “พ่อบ้าน” ให้ตำรวจภาค 6 อีกด้วย ฉะนั้น เวลาเขาทำอะไรก็จะไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่

เปิดคัมภีร์วิธีการ “ทารุณกรรมผู้ต้องหา” ฉบับสีกากีไทย