รวบเจ้าของร้านซื้อของเก่า ซื้อแอร์จากโจรหลักฐานมัดคาร้าน
24 ส.ค. 2564 | suriya_pat

ชุดสืบสวนเมืองอุบลฯรวบเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ซื้อซากแอร์จากโจรงัดอาหารปิดให้บริการช่วงโควิด ซ้ำไม่ยอมให้ข้อมูลคนร้าย สุดท้ายเจ้าทุกข์ชี้ยันของกลางมัดแน่นพูดไม่ออก
ข่าว
24 ส.ค. 2564 | suriya_pat

ชุดสืบสวนเมืองอุบลฯรวบเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ซื้อซากแอร์จากโจรงัดอาหารปิดให้บริการช่วงโควิด ซ้ำไม่ยอมให้ข้อมูลคนร้าย สุดท้ายเจ้าทุกข์ชี้ยันของกลางมัดแน่นพูดไม่ออก
24 สิงหาคม 2564 พ.ต.ท.นทดล เปลี่ยนรูป รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี พ.ต.ต.อดิศักดิ์ ไชยสัตย์ สว.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันจับกุม นางมณีวรรณ อุ่นสอน อายุ 50 ปี เจ้าของร้านรวมใจรับซื้อของเก่า ภายในซอยชยางกูร 40 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรและไม่จัดทำบัญชีรับซื้อของเก่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ตรวจยึดของกลาง แผงคอยล์ร้อนแอร์ 1 ชิ้นป้ายร้านฟิลลิ่ง 1 แผ่น ปล่องระบายอากาศ สังกระสี 3 ชิ้น เคส ซีพียู คอมพิวเตอร์ 2 ตัว และ บัญชีรับซื้อของเก่าของร้านรวมใจ 5 แผ่น
สืบเนื่องจาก 18 ก.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านอาหาร ร้านฟิลลิ่ง คลับ แอนด์เรสเตอรองท์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี มีคนร้ายเป็นชายลักษณะผอม สูงประมาณ 165-170 เซ็นติเมตร ผิวดำแดง ขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่สีขาว มีรถเข็นพ่วงท้าย เข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ อาทิ แอร์ติดผนัง 5 เครื่อง พัดลอมคอยล์ร้อน 4 โดยมีพลเมืองดีแอบถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ได้ ต่อมาวันที่ 17 ส.ค.64 นางสาวฐิติยาพร เชื้อทอง อายุ 24 ปี เจ้าของร้านอาหารมัวเมา และนายกวีพจน์ โชติวัฒนกานต์กุล ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์พร้อมภาพวงจรปิดคนร้ายเป็นชายลักษณะผอม สูงประมาณ 165-170 เซ็นติเมตร คล้ายกับคนที่เข้าไปก่อเหตุในร้านฟิลลิ่ง เข้ามาลักทีวี ขนาด 30 นิ้ว โต๊ะสนุกเกอร์เล็ก ยี่ห้อ เอเซอร์ พัดลมตั้งพื้น อ่างล้างจาน เครื่องครัว โน๊ตบุ๊ค ชุดเครื่องเสียง ถังแก๊สขนาด และ ฟางก้อน หายไป ส่วนเครื่องปรับอากาศ 19,000 btu คอมเพรสเซอร์ตู้แซ่อาหาร ระบบไฟฟ้าถูกถอดแยกชิ้นส่วนเอาไปเฉพาะที่เป็นปลั๊กไฟอลูมิเนียมและทองแดง รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 5 แสนบาท
ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งภายในร้านและบริเวณใกล้เคียงทำให้ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือนายณัฐวร บุญช่วย อายุ 34 ปี อาชีพเก็บของเก่า พักอาศัยอยู่ในซอยคุรุมิตร ถนนสุขาสงเคราะห์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม ชุดสืบสวนจึงได้ติดตามไปยังบ้านของนายณัฐวร แต่ไม่พบตัวมีเพียงนางสาวอนงค์ลักษณ์ หินอ่อน อายุ 28 ปี ภรรยาของนายณัฐวร ออกมาพบเจ้าหน้าที่ส่วนตัวณัฐวรได้หลบหนีไปก่อนไม่ทราบว่าไปที่ใด
นางสาวอนงค์ลักษณ์ ให้การว่านายณัฐวร มักจะนำของที่ได้มาไปขายที่ร้านรวมใจรับซื้อของเก่าเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เดินทางเข้าไปสอบถามข้อมูลจากนางมณีวรรณ หลายครั้งแต่นางมณีวรรณบอกแต่ว่าไม่รู้จำไม่ได้คล้ายจะไม่ให้ความร่วมมือ จนผู้เสียหายที่เดินทางไปด้วยพบป้ายชื่อร้าน ฟิลลิ่ง และ ชิ้นส่วนแอร์ของร้าน อนานัส อยู่ภายในร้านนางมณีวรรณจึงจำนนด้วยหลักฐาน พร้อมให้การยอมรับว่าได้รับซื้อไว้จริงแต่ไม่ทราบว่าใครเอามาขายให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ตรวจยึดของกลาง พร้อมควบคุมตัวนางมณีวรรณไปสอบสวนขยายผลก่อนแจ้งข้อกล่าวหาส่วนนายณัฐวร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับแล้ว ขณะนี้อย่าระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี
ด้าน พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายถือว่าเป็นการซ้ำเติมประชาชนที่ประสบภัยจากโรคระบาดย่ำแย่อยู่แล้ว ยังจะมาซ้ำเติมด้วยการเข้าไปลักทรัพย์สินของผู้อื่นไปขายเพื่อเอาแลกเงินเพียงไม่กี่ร้อยแต่ความเสียหายมูลค่าโดยรวมหลักแสนซึ่งตนรับไม่ได้ จึงจำเป็นต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งผู้ที่ก่อเหตุและผู้ที่ให้การสนับสนุนรับซื้อทรัพย์เอาไว้
สำหรับร้านอาหารที่เกิดเหตุทั้งหมดเป็นร้านที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยต้องปิดให้บริการตามคำสั่งของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 จนถึงปัจจุบันโดยผู้ประกอบการยังไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลแต่อย่างใดกลับถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุดังกล่าวซึ่งเป็นการซ้ำเติมในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งผู้ประกอบการบางรายตัดพ้อหากมีโอกาศเปิดร้านอีกครั้งไม่รู้จะเอาทุนที่ไหนมาซ่อมแซม
โดย - เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงค์