ในขณะที่ กองทัพเรือ ดูจะเหนื่อยหนักสุด เมื่อ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. เลือกรักษาธรรมเนียมด้วยการเสนอชื่อลูกหม้อ พล.ร.อ. ธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ เป็น ผบ.ทร. แต่พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี อยากคืนความชอบธรรมให้ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย รองปลัดกลาโหมอาวุโสสูงสุด หลังจากปีที่แล้วมีความพยายามส่ง พล.ร.อ.สมประสงค์ กลับไปยังกองทัพเรือ เพื่อจ่อคิวเป็น ผบ.ทร. แต่ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. ในขณะนั้น ไม่ยอมดำเนินการตาม
ท่ามกลางกระแสคลื่นของคนในกองทัพเรือเอง โดยฝ่ายคัดค้าน มองว่า พล.ร.อ.สมประสงค์ ออกจากกองทัพเรือไปแล้วถึง 2 ปี ไม่ควรจะส่งกลับมาแย่งตำแหน่งคนในกองทัพเรือ และไม่ควรมี ผบ.ทร. ที่เป็น ตท.20 ติดต่อกันถึง 2 คน
ส่วนฝ่ายสนับสนุน ให้เหตุผลว่า พล.ร.อ.สมประสงค์ เป็นคนดี คนเก่งคนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านั้นถูกส่งออกนอกกองทัพเรือ อย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่เป็นตัวเต็งขึ้นเป็น ผบ.ทร. และหากได้กลับเข้ามา ก็หวังให้แก้ไขปัญหาต่างๆที่สะสมมานาน ให้อยู่ในร่องคลื่นที่ควรจะเป็น
เป็นเรื่องที่นอกจากจะวัดใจ พล.ร.อ.ชาติชาย ต้องดูสายตาของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยเพราะถูกน้องแกงมาตั้งแต่ครั้งที่แล้ว สุดท้ายการถอนสมอ อาจต้องพึ่งบอร์ด 7 เสือกลาโหม เป็นผู้ตัดสิน และถ้า พล.ร.อ.สมประสงค์ ได้กลับไปเป็น ผบ.ทร. พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ (ตท.21) จะถูกส่งออกนอกกองทัพเรือ
ส่วนตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่” ยังคงเป็นชื่อ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เสนาธิการทหารบก (ตท.20) แต่ก็ยังมีการปล่อยข่าวว่า อาจถูกสลับตำแหน่งไปนั่งเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสธทหาร หลังคนใน สมช. ไม่แฮปปี้ เพราะตั้งแต่ยุค คสช. จนถึงปัจจุบัน เลขาฯสมช. ที่มาจากพลเรือนมีเพียงคนเดียว คือ นายอนุสิษฐ คุณากร จากนั้นถูกทหารยึดครองมาโดยตลอดตั้งแต่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา จนมาถึง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ในปัจจุบัน