ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนพ.ค. 58 – เม.ย. 64 ทางอ.อ.ป. ได้รับไม้ของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้วจากกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมศุลกากร 237,898 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 9,899.886 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) โดยสามารถแปรรูปได้ 2,018.096 ลบ.ม. แบ่งเป็นไม้พะยูง 864.037 ลบ.ม. ไม้สัก 701.812 ลบ.ม. ไม้แดง 81.725 ลบ.ม. ไม้ประดู่ 234.406 ลบ.ม. ไม้มะค่าโมง 62.601 ลบ.ม. และไม้ชิงชัน 73.515 ลบ.ม.
อย่างไรก็ตามคาดว่าจะใช้ไม้มีค่าในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประมาณ 25,000 คิวฟุต ขณะที่ไม้มีค้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมกันมีไม่ต่ำกว่า 120,000 คิวฟุต จึงน่าจะมีไม้มีค่าเพียงพอต่อการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้ว โดยจะนำส่งอ.อ.ป. เพื่อแปรรูปไม้ตามที่กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบไว้ โดยมีการเลือกไม้ที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ ส่วนไม้มีค่าของกลางที่เหลือจากการก่อสร้าง อาจมีการพิจารณาให้หน่วยงานราชการอื่นๆ นำไปใช้ได้ตามความจำเป็นและตามความเหมาะสมต่อไป
“พิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่า เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติฯ จะมีโครงสร้างหลักเป็นปูนเสริมหลัก โดยใช้ไม้มีค่าตกแต่งภายใน เพดาน ทำเป็นศาลาเรือนไทย และอื่นๆ ตามที่กรมศิลปากรออกแบบ ซึ่งจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยที่สร้างโดยคนไทยเอง มีความยิ่งใหญ่อลังการ ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ไม้มีค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” นายชีวภาพ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวย้ำ