“สธ.” เผยเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มผู้สูงอายุ คาดหวังยอดอย่างน้อย 70% ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด หรืออีก 424,454 โดส ส่วนจังหวัดอื่นๆ ให้ได้อย่างน้อย 50% ภายใน เดือนส.ค.นี้

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรคแถลงข่าว เปิดเผยรายงานข้อมูล การฉีดวัคซีนของประเทศไทยจนถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2564 มีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 25,818,666 คน โดยเป็นผู้ที่ได้รับเข็ม 1 จำนวน 19,586,009 คน คิดเป็น 27.2%

 

และผู้ที่ได้รับเข็มที่ 2 จำนวน 5,705,200 คน คิดเป็น 7.9% ซึ่งการให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับคนไทยเพิ่มขึ้นตามลำดับ ในเดือนสิงหาคมฉีดไปแล้ว 7.8 ล้านโดส คาดว่าจะฉีดได้ถึง 10 ล้านโดส

 

สำหรับกลุ่มที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว ได้แก่ บุคลากรการแพทย์ฉีดครบ 100% เจ้าหน้าที่ด่านหน้าฉีดแล้ว 53.1% อสม. 59.5% ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิตได้แก่ ผู้สูงอายุ และ 7 โรคเรื้อรังที่มี 16 ล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 30% ส่วนกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ยังฉีดได้น้อย จึงเชิญชวนให้ไปฉีดวัคซีนเพื่อลดการเสียชีวิต

 

สำหรับในส่วนของชาวต่างชาติ ข้อมูลล่าสุด (14 สิงหาคม 2564) ได้รับวัคซีนแล้ว 356,337 คน คิดเป็น 7.27% ของจำนวนประชากรต่างชาติในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในพื้นที่ที่มีการระบาด ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 27,028 คน

 

นายแพทย์โสภณ ยังกล่าวอีกว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนในเขตกทม. นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันครอบคลุมแล้ว 94% ซึ่งการเพิ่มความครอบคลุมการฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงมีผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตในกทม. ลดลง ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด 13 จังหวัดให้ได้อย่างน้อย 70% ซึ่งเหลืออีกเพียง 424,454 โดส ก็จะครอบคลุม ส่วนจังหวัดอื่นๆ ฉีดให้ได้อย่างน้อย 50% ภายในเดือนสิงหาคม 2564

 

สำหรับการให้วัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ได้เริ่มฉีดให้ในกลุ่มบุคลากรการแพทย์ และทางเจ้าหน้าที่ด่านหน้าก่อน เพราะมีโอกาสติดเชื้อสูง ส่วนกลุ่มอื่นที่ได้รับวัคซีนชนิดเชื้อตายสองเข็ม ได้แก่ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม การกระตุ้นเข็ม 3 เรื่องนี้อยู่ระหว่างพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าจะมีข้อเสนอในสัปดาห์หน้า