อย่างไรก็ตาม การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯปี 65 ยังมีอีกประเด็น ที่เกี่ยวกับ รับธรรมนูญ มาตรา 144 นั่นคือ การเพิ่มรายการใหม่ให้กับ "งบกลาง" ส่วนของ "ค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 16,362,010,100 บาท" ซึ่งเป็นการเติมเงิน จากส่วนที่ปรับลดมาจากหน่วยราชการอื่น
กรณีนี้ ส.ส.ก้าวไกล หลายคนให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า เข้าข่ายการกระทำใดๆ ที่ทำให้ ส.ส. - ส.ว. หรือกรรมาธิการงบประมาณฯ ปี65 มีส่วนได้ใช้งบประมาณรายจ่าย" พร้อมให้จับตา "งบกลาง" อาจจะกลายพันธุ์ เป็น "งบ ส.ส." ได้ในอนาคต
ดังนั้น ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ 2560 เขียนเจตนารมณ์ไว้ว่า "ห้ามส.ส.แปรญัตติเพิ่ม เนื่องจากการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณ คือ สร้างโครงการขึ้นใหม่อันเป็นการก้าวก่ายหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ส่วนการลดหรือตัดทอนรายจ่าย คือ การควบคุมการใช้จ่ายเงินของรัฐให้เกิดความคุ้มค่า มีเป้าหมายตรงความจำเป็นของราษฎร และมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของ ส.ส. และ ส.ว."
คำถามที่ตามมา คือ การเพิ่มรายการใหม่ ในงบกลาง นั้น เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 จริงหรือไม่ อ.อุดม บอกว่า มีข้อพิจารณาสำคัญคือ ใครเป็นผู้เสนอ และผู้ที่พิจารณามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
"หากกรณีที่เป็นคำขอของคณะรัฐมนตรี ฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่ใช้งบประมาณ แต่กรรมาธิการฯ ที่ทำหน้าที่ ประกอบด้วยบุคคลหลายหน่วยงานที่เกี่ยวกับการใช้งบประมาณ ต้องพิจารณาด้วยว่า พฤติการณ์ต่อการเห็นด้วยที่ให้แปรญัตติเพิ่มหมวดใหม่ มีส่วนที่ทำให้เกิดการใช้อิทธิพลในการตัดสินใจให้งบประมาณที่ปรับลดจากหน่วยงานอื่น ย้ายหมวดใหม่ หรือเพิ่มขึ้นใหม่หรือไม่ และตามกลไกพิจารณางบประมาณของรัฐสภานั้นทำได้หรือไม่?
เชื่อได้ว่าเรื่อง "งบประมาณ" แม้เสียงข้างมาก จะลากให้ผ่านไปได้ แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะ "ฝ่ายค้าน" ยังมีดาบสอง ไว้รอเชือด อย่างน้อย คือ พฤติกรรมของ "ฝ่ายการเมืองขั้วรัฐบาล" ที่มีนอก มีใน กับ "เงินแผ่นดิน" ภายใต้กรอบปฏิบัติ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 144
ที่มา : เทพจร คอลัมน์บนความเคลื่อนไหว นสพ.กรุงเทพธุรกิจ