เมื่อตรวจสอบพบว่า สร้อยทองที่นำมาขายดังกล่าวเป็นของร้านผู้เสียหายที่ถูกประทุษร้ายไปจริง เมื่อตรวจภาพกล้องวงจรปิดของร้านดังกล่าว พบว่า ชายที่นำทองมาขายมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุแตกต่างเพียง ตอนก่อเหตุผมยาว ตำรวจจึงน่าเชื่อว่าคนร้ายรายนี้สวมวิกผมมาก่อเหตุ ส่วนตอนมาขาย ศรีษะล้าน เมื่อตรวจสอบพบว่าคนร้ายรายนี้ คือนาย สุรินทร์ พักอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ในซ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย87 แขวงดอกไม้
เมื่อตรวจสอบที่บ้านพักพบนายสุรินทร์ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก และของกลางทั้งหมด ส่วนวิกผมที่ใส่อำพรางตัวขณะก่อเหตุ และอาวุธปืนปลอมที่ใช้ก่อเหตุ ได้โยนทิ้งระหว่างทางระหว่างหลบหนีไปแล้ว จึงคุมตัวสอบสวนละเอียดอีกครั้ง โดยตำรวจสามารถปิดคดีนี้หลังเกิดเหตุเพียงแค่ 3 ชม. 20 นาที
สอบสวน นายสุรินทร์ รับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง ปกติมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในย่านถนนสุคนธสวัสดิ์ ชื่นชอบเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ ที่เพิ่งเริ่มเปิดฤดูกาลมาได้เพียงไม่นาน เล่นเสียไปหยิบยืมเงินผู้อื่น จนต้องเป็นหนี้สิน และไม่มีเงินใช้หนี้ จึงคิดหาเงินทางลัดออกตระเวนก่อเหตุชิงทรัพย์
ใช้อาวุธปืนปลอม สวมวิกผม เพื่ออำพราง ให้ยากต่อการติดตามจับกุมของตำรวจ ซึ่งหลังก่อเหตุได้นำทองไปขายได้เงินมาจำนวน 53,440 บาท จากนั้นนำเงินไปใช้หนี้ทั้งหมด อ้างเพิ่งทำเป็นครั้ังแรก ตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมไม่พบการกระทำความผิดมาก่อนแต่อย่างใด
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป”ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป