"พรรคก้าวไกล" ประกาศต้านสอดไส้นิรโทษกรรมคนบริหารวัคซีน ชี้หากกฎหมายผ่าน ประชาชนจะฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้เลย

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบที่จะแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ แทนการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมเหมาเข่งล่วงหน้า ที่ถูกประชาชนต่อต้านเป็นจำนวนมาก โดยยืนยันว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนยุทธวิธีนิรโทษกรรมเอาตัวเองให้พ้นผิดของรัฐบาล เพราะไม่สามารถรับมือพลังต่อต้านของประชาชนได้ แต่โดยยุทธศาสตร์ยังเป็นการหมกมุ่นหาทางเอาตัวรอดของรัฐบาลที่บริหารผิดพลาดจนทำคนเจ็บป่วยล้มตายทั่วประเทศ

 

“โดนประชาชนต่อต้านจนต้องล้มแผนออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมตัวเอง แต่ยังพยายามมาสอดไส้นิรโทษกรรมต่อใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ การทำแบบนี้สะท้อนว่ารัฐบาลนี้รู้ดีว่าตนเองกำลังก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชน แต่แทนที่จะมีสามัญสำนึก คิดที่จะรับผิดชอบ โดยออกกฎหมายในการชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนที่สูญเสียและได้รับผลกระทบ กลับเอาเวลาไปคิดหมกมุ่นแต่เรื่องจะออกกฎหมายเพื่อปกป้องตนเองให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง

 

“นี่เป็นความพยายามที่จะเอาความเหนื่อยยากของบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างานมาแอบอ้าง เพื่อ ‘สอดไส้’ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่งล่วงหน้าให้กับตนเองและพวกพ้องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายในการจัดหาวัคซีน การควบคุมการระบาด การรักษาพยาบาล และนโยบายในการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดทั้งหมด”

 

นายวิโรจน์ ยังยืนยันว่า บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด่านหน้าได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม, พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพียงแต่กฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงฝ่ายนโยบายและ ศบค. เท่านั้น พร้อมย้ำว่าพรรคก้าวไกลจะต่อต้านการสอดไส้นิรโทษกรรมตัวเองของรัฐบาลอย่างถึงที่สุด เพราะหากปล่อยให้รัฐบาลสอดไส้เนื้อหาการนิรโทษกรรมเหมาเข่งล่วงหน้าเข้าไปที่ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ได้สำเร็จ คนที่เสียประโยชน์สูงสุดคือประชาชน เพราะว่าเมื่อกฎหมายนี้บังคับใช้ ประชาชนอาจฟ้องร้องการชดเชยเยียวยาใดๆ จากรัฐบาลไม่ได้เลย