ในครั้งนั้น มีผู้ได้รับการอพยพ 7,000 คน เป็นชาวเวียดนาม 5,500 คน อเมริกัน 1,500 คน อีกหลายร้อยคนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ก่อนที่เวียดนามใต้จะยอมยกธงขาว ทำให้ชาวเวียดนามตกอยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์มาจนทุกวันนี้ ก่อนที่อีกกว่า 40 ปี ต่อมาประวัติศาสตร์ก็มาซ้ำรอยเดิมที่อัฟกานิสถาน เพียงแต่จำนวนชาวอัฟกันในวันนี้ อาจไม่ได้รับโอกาสเท่ากับชาวเวียดนามในวันนั้น และชะตากรรมของพวกเขาอาจเลวร้ายกว่าชาวเวียดนามหลายเท่า เพราะตาลีบันยืนยันว่าจะรื้อกฎหมายชารีอะฮ์กลับมาใช้อย่างแน่นอน
นอกจากสหรัฐฯ สถานทูตของตะวันตกทุกแห่ง เหลือปฏิบัติการเดียวคือ การอพยพออกจากสนามบินในกรุงคาบูล อาคารของพวกเขาเหลือเพียงความว่างเปล่า แม้กระทั่งของรัสเซีย ปากีสถานและอิหร่าน ที่ไม่ได้ร่วมภารกิจกับกองกำลังสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ก็ปิดทำการเช่นกัน
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การกลับมายึดครองอัฟกานิสถานของตาลีบัน เป็นผลมาจากการถอนทหารของสหรัฐฯและพันธมิตร ที่ตอกย้ำยุทธศาสตร์เดิมๆ ของสหรัฐฯ ที่ชอบเข้าไปจัดการปัญหาของตัวเองในดินแดนอื่น สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในดินแดนนั้นๆ ไปทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อิรักและอัฟกานิสถาน เมื่อเห็นว่ายืดเยื้อและสูญเสียงบประมาณไปมากมาย ก็ทิ้งขว้าง โดยไม่แยแสว่า คนที่้ท้องถิ่นที่เคยทำงานให้ จะใช้ชีวิตที่เหลือกันต่อไปอย่างไร หรือที่ถูกคือ พวกเขาจะมีวันนั้นหรือไม่......