ทางด้านนางนันทิยา ดวงไทย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ของลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีความใกล้เคียงกับจังหวัดลำพูน โดยผลผลิตลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้เก็บเกี่ยวไปแล้วกว่าร้อยละ 70 ยังเหลืออีกร้อยละ 30 ที่อยู่ระหว่างเก็บเกี่ยว ที่เก็บเกี่ยวไปแล้วส่วนใหญ่อยู่ในสายใต้เช่น อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทอง อำเภอสารภีและ อำเภอดอยเต่า ส่วนที่เหลือนั้นกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้พบว่าในจังหวัดเชียงใหม่มีล้งรับซื้อลำไย ที่ถูกแบล็คลิสต์จากทางประเทศจีนจำนวน 11 ล้ง ส่วนล้งอื่นๆยังคงรับซื้อปกติ แต่ด้วยปริมาณผลผลิตที่มีจำนวนมาก ทำให้ราคาลำไยจึงถูกลง ราคารูดร่วง เกรด AA อยู่ที่กิโลกรัมละ 15-18 บาท
ในช่วงนี้การเก็บลำไยของเกษตรกรในพื้นที่มีต้นทุนสูงขึ้น เนื่องจากการเข้ามารับซื้อถึงในสวนของพ่อค้าคนกลางลดลง เกษตรกรจำเป็นต้องขายเป็นรูดร่วงเพื่อส่งโรงงานแปรรูป ทำให้ต้องมีการจ้างคนงานมาใช้เก็บลำไย ประกอบกับในช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มคนงานเก็บลำไย ที่จะต้องมีการตรวจโควิด-19 และไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอ จึงทำให้แรงงานหายากขึ้น ทำให้ต้นทุนสูงตาม
นางนันทิยา กล่าวอีกว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีนโยบายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนงบประมาณในการช่วยเหลือนำลำไยออกไปขายในพื้นที่อื่นๆภายในประเทศแทนการส่งออก โดยจะช่วยเหลือกิโลกรัมละ 3 บาท จำนวนทั้งหมด 3,200 ตัน พร้อมกันนี้ยังมีการขอความร่วมมือล้งและโรงงานที่ยังเปิดรับซื้อลำไย ให้ตรึงราคารับซื้อเกรด AA ให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 18 บาท เอาไว้ก่อน