เขาบอกด้วยว่าตอนนี้ กองทหารอเมริกันกำลังพยายามเข้าควบคุมสนามบิน และการควบคุมการจราจรทางอากาศ ทหารสหรัฐ 6,000 นาย จะถูกส่งไปช่วยเหลือในการถอนกำลังของสหรัฐและพลเรือนที่เป็นพันธมิตรออกจากอัฟกานิสถาน โดยสหรัฐฯ จะอพยพพันธมิตรอัฟกัน และชาวอัฟกันที่อ่อนไหวไปยังที่ปลอดภัยนอกประเทศ
ในการตอบโต้ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วมากพอที่จะอพยพพลเรือนชาวอัฟกันที่ถูกคุกคามออกมา เขาบอกว่าสาเหตุของความล่าช้านั้นมีอยู่ 2 เรื่อง คือ“ชาวอัฟกันไม่อยากจะออกมาก่อนหน้านี้เอง” และเจ้าหน้าที่อัฟกานิสถานก็ไม่ต้องการทำให้เกิด "วิกฤตความเชื่อมั่น" ที่จะเกิดขึ้นหากการอพยพครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้น
ผู้นำสหรัฐบอกว่า การคงทหารไว้ตลอดเวลา ไม่ใช่ทางออก และวอชิงตันจะ "ยังคงผลักดันให้มีการเจรจา" ในอัฟกานิสถาน พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ จะ:สนับสนุนชาวอัฟกันต่อไป ด้วยการใช้ความเป็นผู้นำในทางการทูต อิทธิพลระหว่างประเทศ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหรัฐ เพื่อป้องกันความรุนแรงและความไร้เสถียรภาพ
ไบเดนบอกว่าเขาชัดเจนว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนต้องเป็นศูนย์กลางของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ แต่วิธีการทำเช่นนั้น ไม่ได้มาจากการคงกำลังทหารไว้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด”
เขาเตือนตาลีบันด้วยว่า “สหรัฐได้ชี้แจงอย่างชัดเจนต่อกลุ่มตาลีบันว่า หากพวกเขาโจมตีบุคลากรของสหรัฐ หรือขัดขวางการปฏิบัติการของสหรัฐ สหรัฐฯ จะตอบสนองจะรวดเร็วและรุนแรง” “เราจะปกป้องผู้คนด้วยพลังทำลายล้าง หากจำเป็น"
งานนี้ เขาย้ำคำพูดที่เขาชอบพูดบ่อยๆ นับตั้งแต่การตัดสินใจออกจากอัฟกานิสถานเมื่อเดือนเม.ย. ว่าเขาจะไม่ส่งต่อความรับผิดชอบนี้ให้กับประธานาธิบดีคนที่ 5
“ ผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับข้อเท็จจริงที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้ แต่ผมไม่เสียใจที่ตัดสินใจยุติการสู้รบของอเมริกาในอัฟกานิสถาน ผมเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ และปัญหาเรื่องนี้ต้องยุติที่ผม"