เนชั่นทีวี

ข่าว

ศบค.เคาะเปิดธนาคารในห้างแดงเข้ม อาหาร-เครื่องดื่มให้เดลิเวอรี่เท่านั้น

16 ส.ค. 2564 | oratai

ศบค.เคาะเปิดธนาคารในห้างแดงเข้ม อาหาร-เครื่องดื่มให้เดลิเวอรี่เท่านั้น

ศบค. เคาะ เปิดธนาคารในห้างพื้นที่แดงเข้ม  ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม เฉพาะเดลิเวอรี่ เครื่องใช้ไฟฟ้าสั่งซื้อออนไลน์ ตรึงเข้ม WFH พร้อมจัดหา Pfizer อีก 10 ล้านโดส

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 รายงานผลการประชุม ศบค. ว่า ที่ประชุมมีการหารือเพื่อพิจารณา โดยการประเมินผลการปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ โควิด -19 

 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต  คาดการณ์สถานการณ์การแพร่ระบาด โดยหากไม่มีการล็อคดาวคาดการณ์ว่าจะมีการติดเชื้อของประชาชนกว่า 70,000 คนในช่วงเดือนหน้า ซึ่งที่ผ่านมาเริ่มมาตรการล็อคดาวน์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งมาตรการล็อคดาวน์ work from home และปิดสถานที่เสี่ยง จะสามารถลดการแพร่ระบาดได้ถึง 20% โดยหากมาตรการสิ้นสุดในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 แนวโน้มการแพร่ระบาดจะนิ่งไปจนถึงช่วงปลายเดือนนี้

 

แต่กราฟจะมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม ต่อเนื่องพฤศจิกายน แต่หากมาตรการมีการเข้มขึ้น ถึง 25% จะสามารถลดการติดเชื้อลงไปได้ถึงช่วงปลายเดือนกันยายน  ขณะที่แนวโน้มของผู้เสียชีวิต จะคล้ายกันกับสถานการณ์ปัจจุบัน และหากพยายามเพิ่มมาตรการต่างๆจะช่วยทำให้สามารถควบคุมโรคได้ดีขึ้น  

 

กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ให้คงระดับพื้นที่ในสถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร แบบมาตรการเดิม  ตั้งแต่วันที่ 18 - 31 สิงหาคม 2564 และเพิ่มมาตรการการจัดการขององค์กร โดยดำเนินการ Test - Trace - Isolate อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ชุดทดสอบแบบเร็วหรือ Antigen Rapid Test Kit โดยเน้นในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะเดียวกันทีม CCRT ช่วยประเมินคนไข้และประเมินคนไข้ที่อยู่ใน Home isolation หรือ community isolation หรือแม้กระทั่งในโรงพยาบาล เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากคนปกติโดยเร็ว

ขณะที่มาตรการขององค์กรในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้เน้นการ work from home แบบต่อเนื่องของทางพนักงานของภาครัฐและเอกชน ส่วนหากจำเป็นต้องมาปฏิบัติงานให้คัดกรองด้วย ATK ทุกสัปดาห์ เพื่อให้มีความพร้อมก่อนการคลายล็อกดาวน์

 

รวมไปถึงเตรียม Company isolation สำหรับหน่วยงานที่มีพนักงานเกินกว่า 50 คน และเตรียมความพร้อมของงานบุคลากรในการติดตามคัดกรอง ATK และเข้าสู่การลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการรักษา ทั้งแบบผม isolation และคอมพิวเตอร์ exhalation ร่วมกับการติดตามด้วยDMHTTP

ขณะที่โรงงานและตลาดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมขึ้นมา โดยโรงงานสถานประกอบการที่มีพนักงานเกินกว่า 100 คน พิจารณาดำเนินการ Bubble and Seal เต็มรูปแบบ ขณะที่ตลาดค้าส่งหรือตลาดขนาดใหญ่จะต้องมีการคัดกรอง ATK ผู้ค้าแรงงาน ทุกสัปดาห์ และสุ่มตรวจผู้ที่มาใช้บริการเป็นระยะ

 

นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพื่อลดการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่ม 608 อย่างน้อย 80% ในพื้นที่ กทม. รวมไปถึงอย่างน้อย 70% ในพื้นที่ 12 จังหวัด

ส่วนมาตรการการจำหน่ายสินค้าจำเป็นภายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งการเปิดกิจการธนาคาร สถาบันทางการเงิน จะต้องมีมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด 26 ข้อ ตามที่สมาคมศูนย์การค้าไทยได้จัดทำไว้ ส่วนการใช้พื้นที่เครื่องใช้ไฟฟ้าในที่ประชุมได้รับฟังแต่กระทรวงสาธารณสุขมองว่ายังมีทางเลือกอื่นๆ อย่างการสั่งของออนไลน์ ซึ่งสามารถทดแทนกันได้ 

ขณะที่แผนการให้บริการวัคซีน โควิด -19 ได้มีการให้บริการวัคซีนแล้วทั้งสิ้น 23,592,227 โดส ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  เสนอเป้าหมายการจัดทำวัคซีนการให้อย่างน้อย 10 ล้านโดส ในเดือนกันยายน และเร่งฉีดในกลุ่มเสี่ยง  ทั้งให้ปูพรม ทั้งกลุ่มผู้ที่ต้องได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 กลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดฟื้นฟูเศรษฐกิจและรองรับแผนการเปิดการท่องเที่ยวในระยะถัดไป

ส่วนการจัดหาวัคซีนได้น้อยกว่า 10 ล้านโดส ในเดือนกันยายน จะกระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร   1.5 ล้านโดส โดยใช้วัคซีนสูตร astrazeneca - astrazeneca โดยจัดสรรเป็น astrazeneca เข็มที่ 2  ส่วนพื้นที่ 76 จังหวัด จะให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยง 70%  และเลือกใช้วัคซีนสูตร astrazeneca - astrazeneca และ Sinovac - astrazeneca โดยจัดสรรเป็น sinovac เข็มที่ 1 และ astrazeneca เข็มที่ 2  และมีแผนการจัดหาจัดซื้อวัคซีนหลากหลายยี่ห้อ เพื่อให้เพียงพอ และเห็นชอบให้จองวัคซีนจากบริษัท Pfizer เพิ่มเติมอีก 10 ล้านโดส ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2564  โดยมอบหมายให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติดำเนินการ

ข่าวล่าสุด