พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นแล้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซักฟอก นายกฯ พร้อม 5 รัฐมนตรี พิธา เฉลย ทำไมถอนชื่อ ร.อ.ธรรมนัส แจง เพื่อรักษาบรรยากาศการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (16 ส.ค. 64) ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151  ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

 

นายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีร่วมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังมวลชนไทย เห็นถึงความบกพร่องของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา ทั้งการบริหารวัคซีน การจัดการสถานการแพร่ระบาดโควิด-19 และการบริหารเศรษฐกิจ พรรคฝ่ายค้านจึงมีความจำเป็นต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ จำนวน 6 คน ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข  3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงขอให้ประธานสภาฯโปรตรวจสอบและบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม เพื่อเป็นเรื่องด่วนต่อไป

ด้านนายชวน กล่าวว่า สภาจะรับไปตรวจสอบความถูกต้องและตรวจสอบเนื้อหาหากไม่ขัดข้อบังคับ จะได้บรรจุเป็นเรื่องด่วนต่อไป ในทางปฏิบัติก็ต้องแจ้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อหารือถึงเวลาอันสมควร อย่างไรก็ตาม เมื่อบรรจุญัตติแล้ว ผลทางกฎหมายจะยุบสภาฯในช่วงเวลานี้ไม่ได้ และการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ ยังมีกระบวนการตามมาตรา 152 อภิปรายเพื่อขอคำชี้แจงและแนะนำ โดยไม่ลงมติ ซึ่งยังทำได้อีกครั้งหนึ่งในรอบปีนี้ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจทำได้เพียงปีละหนึ่งครั้ง

 

นายพิธา ชี้แจง กรณีก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลยื่นขออภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ด้วย แต่เหตุใดจึงถูกตัดชื่อออก ว่า แต่ละพรรคมีรายชื่อบุคคลไม่น่าไว้วางใจของตัวเอง แต่ที่สุดต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ให้โฟกัส 6 คน และมีความจำเป็นต้องพูดคุยกัน และรักษาบรรยากาศของการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายชวน กล่าวว่า ตามกระบวนการจะใช้เวลาในการตรวจสอบญัตติ 7 วัน คาดว่าจะกำหนดวันอภิปรายได้ช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะต้องหารือกับนายกฯและคณะรัฐมนตรี เพื่อหารือวัน เวลา เปิดสภาฯอภิปราย