สั่งให้ทำงานช่วยเหลือ ดูแลชาวบ้าน ท่ามกลางคามหวาดผวาทั่วกรุง ขณะที่ชาวต่างชาติเร่งอพยพหนีภัยออกนอกประเทศ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้นำระดับสูงของกลุ่มตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน ออกมาเตือนสตินักรบตาลีบัน หลังจากที่เข้ายึดกรุงคาบูลได้สำเร็จว่า ชัยชนะแบบไม่คาดคิดมาก่อนของพวกเขา ต้องไม่ทำให้พวกนักรบเย่อหยิ่ง

 

ในแถลงการณ์ที่โพสต์บนยูทูบนาย ซูฮาอิล ชาฮีน โฆษกของกลุ่ม  มุลเลาะห์ อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มตาลีบัน บอกด้วยว่า พวกเขาจะต้องช่วยกันดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน

 

บาราดาร์ บอกว่า

" ขอแสดงความยินดีกับชาวมุสลิมชาวอัฟกันในชัยชนะครั้งใหญ่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลเมืองและผู้อยู่อาศัยในกรุงคาบูล และต้องการให้คำแนะนำและเรียกร้องจากบรรดานักรบมูจาฮิดีน ว่าเราได้มาถึงสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและไม่เหมือนใครแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้า และมันจะต้องไม่ทำให้เราหยิ่งยโส ก่อนหน้านี้เราไม่มีความรับผิดชอบมากเท่ากับที่เรามีในวันนี้ เพราะตอนนี้เราทุกคนจะได้รับการทดสอบจากพระเจ้า แล้วเราจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการรับใช้ชาติของเราในแต่ละวัน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมีความหวังสำหรับอนาคตของพวกเขา”

 

บาราดาร์พูดเรื่องนี้จากกรุงโดฮา ของกาต้าร์  ซึ่งกลุ่มตาลีบันมีสำนักงานอยู่ หลังนักรบของพวกเขาเข้าไปในทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงคาบูลไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี หลบหนีออกนอกประเทศ

 

ขณะที่ โฆษกและเจ้าหน้าที่เจรจาของตาลีบันบอกว่ากลุ่มตาลับัน กำลังจัดการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอัฟกานิสถาน นายชาฮีน บอกว่า

“เราไม่กังวลอะไร เพราะเราได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในอัฟกานิสถาน ดังนั้น ผมจึงคิดว่าความชอบธรรมและการยอมรับ เป็นสิทธิ์ของเรา” 

 

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตาลีบันบอกว่าทางกลุ่มจะประกาศเรื่องรัฐบาลใหม่จากทำเนียบประธานาธิบดี แต่แผนเหล่านั้นดูเหมือนจะถูกระงับไป

 

กลุ่มตาลีบันเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ก็ได้หลบหนีออกจากอัฟกานิสถานไปเรียบร้อยแล้ว โดยให้เหตุผลว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงการนองเลือดภายในประเทศ ส่งผลให้กลุ่มมุสลิม
ติดอาวุธเข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศได้สำเร็จ หลังจากที่ถูกโค่นล้มโดยสหรัฐฯ ที่เข้ามารุกรานเมื่อ 20 ปีก่อน

 

เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงมหาดไทยคนหนึ่งเปิดเผยว่า พวกนักรบตาลีบันเข้ามาในกรุงคาบูล "จากทุกทิศทุกทาง"  และมีรายงานการยิงปืนเป็นระยะ ๆ ทั่วเมือง

 

ในช่วงกลางคืน สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น 1TV รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในเมืองหลวง ซึ่งส่วนใหญ่เงียบลงไปมากแล้วในช่วงเช้าของวัน โดยระบุว่าสามารถได้ยินเสียงปืนใกล้สนามบิน ซึ่งนักการทูต เจ้าหน้าที่ และชาวอัฟกันคนอื่น ๆ กำลัง
พากันเดินทางออกนอกประเทศ

 

ขณะที่นักรบตาลีบันได้เข้าประจำการทั่วกรุงคาบูล โดยเข้ายึดป้อมตำรวจที่ถูกทิ้งร้าง และให้คำมั่นที่จะรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านอำนาจ

 

แต่ชาวเมืองก็รายงานว่ามีการปล้นสะดมในส่วนต่าง ๆ ของเมือง รวมทั้งในเขตสถานทูต ส่วนข้อความที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแนะนำให้ผู้คนเก็บตัวอยู่แต่ภายใน และล็อคประตูบ้าน

 

ด้านกลุ่มช่วยเหลือฉุกเฉินระบุุว่ามีผู้บาดเจ็บ 80 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงคาบูล ซึ่งดูแลผู้ป่วยจนเต็มอัตราแล้ว และจำกัดการรับผู้ป่วยเฉพาะผู้บาดเจ็บ เป็นอันตรายถึงชีวิตเท่านั้น

 

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ประธานาธิบดีกานีมุ่งหน้าไปทางไหน  โดยหลังจากที่เข้าเมืองหลวงได้ กลุ่มกบฏก็เข้าไปในทำเนียบประธานาธิบดี และเข้าควบคุมที่นั่น แต่ก็ไม่พบตัวประธานาธิบดี 

 

ในโพสต์บน Facebook ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานบอกว่าเขาได้ออกจากประเทศแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดและการปะทะกับกลุ่มตาลีบัน ที่จะเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยในกรุงคาบูลหลายล้านคน เขาไม่ได้บอกว่าเขาอยู่ที่ไหน ขณะที่เจ้า
หน้าที่อาวุโสของกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า กานีได้เดินทางไปทาจิกิสถานแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศรายหนึ่งบอกว่าปัจจุบัน ยังไม่รู้ว่ากานีไปอยู่ที่ไหน ส่วนกลุ่มตาลีบันก็บอกว่ากำลังตรวจสอบที่ตั้งของเขาอยู่

 

ขณะที่ประชาชนผู้ใช้โซเชียลมีเดียในท้องถิ่นบางคนตราหน้าประธานาธิบดีว่าเป็น "คนขี้ขลาด" ที่ปล่อยให้พวกเขาตกอยู่ในความโกลาหล

 

ในส่วนของบรรดานักการทูตต่างชาติก็ตกอยู่ในความโกลาหลเช่นกัน นักการทูต อเมริกัน พากันบินจากสถานทูต ในเขตวาซีร์ อักบาร์ ข่าน ที่มีป้อมปราการแน่นหนาด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปยังสนามบิน  เจ้าหน้าที่ของ NATO บอกว่าเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปหลายคนได้ย้ายไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยกว่าในกรุงคาบูลแล้ว ในขณะที่กองกำลังอัฟกัน ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาหลายปีและติดอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้โดยสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ ก็ไม่มีใครทราบว่าได้ละลายหายไปไหนกันหมด

ผู้นำตาลีบันเตือนนักรบยึดคาบูลได้ง่าย อย่าหยิ่งยโส

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาได้ประกาศการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยว่า “สถานการณ์ด้านความปลอดภัยในกรุงคาบูลกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” รวมถึงที่สนามบิน และเสริมว่ายังมีรายงานอีกว่าสนามบินถูกระดมยิง 

 

ขณะที่ชาวอัฟกันหลายร้อยคน ซึ่งบางส่วนเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล พนักงานของรัฐ และพลเรือนอื่น ๆ รวมทั้งผู้หญิงและเด็กจำนวนมาก แออัดกันอยู่ในอาคารผู้โดยสารที่สนามบินคาบูลเพื่อรอเที่ยวบินออกนอกประเทศอย่างสิ้นหวัง

 

ในช่วงวันอาทิตย์ อับดุล ซัตตาร์ มีร์ซากาวาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาล บอกว่าอำนาจการบริหารจะถูกส่งไปยังรัฐบาลรช่วงเปลี่ยนผ่าน เขาทวีตว่า: "จะไม่มีการโจมตีในเมือง มีการตกลงกันว่าจะมีการส่งมอบเมืองอย่างสันติ" แต่เจ้าหน้าที่ตาลีบันเปิดเผยว่าจะไม่มีรัฐบาลเฉพาะกาล กลุ่มตาลีบันบอกก่อนหน้านี้ว่ากำลังรอให้รัฐบาลยอมจำนนอย่างสงบ

 

ชาวอัฟกันหลายคนกลัวว่ากลุ่มตาลีบันจะกลับไปสู่การปฏิบัติที่โหดเหี้ยมแบบในอดีตโดยใช้กฎหมายชารีอะห์หรือกฎหมายศาสนาอิสลาม โดยในระหว่างการปกครองในปี 2539-2544 ผู้หญิงไม่สามารถทำงานได้ ขณะที่บทลงโทษต่าง ๆ ก็เหี้ยมโหด
เช่นการขว้างด้วยก้อนหิน การเฆี่ยนตี และการแขวนคอ

 

แต่กลุ่มตาลีบัน พ.ศ. นี้ก็พยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าหันมาสู่แนวทางสายกลางมากขึ้น โดยสัญญาว่าจะเคารพสิทธิสตรีและปกป้องทั้งชาวต่างชาติและชาวอัฟกัน

 

โฆษกกลุ่มตาลีบัน นายชาฮีน บอกว่า  

“เรารับรองกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองคาบูล ว่าทรัพย์สินของพวกเขา ชีวิตของพวกเขาจะปลอดภัย” 

 

ในส่วนของสถานการณ์ในเมืองหลวงเมื่อวาน ถนนหนทางหลายสายในคาบูลต่างก็คราคร่ำไปด้วยรถ เมื่อผู้คนพยายามจะรีบกลับบ้านหรือไปสนามบิน

 

ชาวเมืองคนหนึ่งบอกว่า

“บางคนทิ้งกุญแจไว้ในรถ และเริ่มเดินไปสนามบินแล้ว ผู้คนต่างก็กลับบ้านเพราะกลัวการต่อสู้”

 

ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ ผู้ลี้ภัยจากจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มตาลีบัน  ถูกพบเห็นว่าขนสัมภาระจากรถแท็กซี่ ขณะที่สมาชิกในครอบครัว พากันยืนอยู่ที่ด้านนอกประตูสถานทูต ในขณะที่ใจกลางเมือง เต็มไปด้วยผู้คนที่ตุน
เสบียง

ผู้นำตาลีบันเตือนนักรบยึดคาบูลได้ง่าย อย่าหยิ่งยโส

ขณะที่ทหารสหรัฐยังคงเดินทางมาที่สนามบินเพื่อช่วยในการอพยพเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางความกังวลว่าผู้รับเหมาด้านการรักษาความปลอดภัยชาวอัฟกันที่ติดอาวุธหนัก อาจ "ก่อกบฏ" เพราะพวกเขาไม่มั่นใจว่าวอชิงตันจะอพยพพวกเขาออกนอก
ประเทศหรือไม่

 

ด้านชาติต่าง ๆ ในยุโรป รวมทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ระบุว่าพวกเขากำลังทำงานเพื่อรับพลเมือง และพนักงานชาวอัฟกันบางส่วนออกนอกประเทศ

 

เมื่อถูกถามว่าภาพของเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังขนคนหนีออกมา ชวนให้นึกถึงการที่สหรัฐฯ ออกมาจากเวียดนามในปี 2518 หรือไม่ นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐบอกว่า: " นี่ไม่ใช่ไซง่อนอย่างแน่นอน "

 

ขณะที่รัสเซียบอกว่ายังไม่เห็นความจำเป็นในการอพยพสถานทูตในขณะนี้ ขณะที่ตุรกีก็บอกว่าสถานทูตจะยังคงดำเนินการต่อไป

 

ก่อนหน้านี้ กลุ่มกบฏได้เข้ายึดเมืองจาลาลาบัดทางตะวันออกโดยไม่มีการต่อสู้ ทำให้พวกเขาควบคุมหนึ่งในทางหลวงสายหลักของอัฟกานิสถาน พวกเขายังเข้ายึดจุดผ่านแดนทอร์คัมข่ามไปยังฝั่งปากีสถาน ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ทำให้สนามบินคาบูล เป็นทางเดียวที่จะออกจากอัฟกานิสถาน ที่ยังคงอยู่ในมือของรัฐบาล

 

ส่วนที่กรุงวอชิงตัน ผู้ประท้วง ที่ไม่พอใจการที่กลุ่มตาลีบันบุกยึดกรุงคาบูลได้อย่างรวดเร็ว พากันออกมาประท้วงรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่หน้าทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอาทิตย์ (15 ส.ค.) รวมทั้งประนาฌว่ารัฐบาลทรยศต่อพวก
เขา

 

ผู้ประท้วงหลายร้อยคน มารวมตัวกันที่ด้านนอกทำเนียบขาว พร้อมทั้งถือป้ายประณามกลุ่มตาลีบัน และเตือนถึงภัยคุกคามที่อาจจะมีต่อผู้หญิง ที่ไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของพวกตาลีบัน

 

งานนี้ กลุ่มผู้ประท้วงพากันร้องตะโกนว่า “ไบเดนทรยศพวกเรา!”  "สภาคองเกรสทรยศเรา!" ผู้นำตาลีบันเตือนนักรบยึดคาบูลได้ง่าย อย่าหยิ่งยโส