ซึ่งผู้ใหญ่บ้านและคณะได้อำนวยความสะดวกแก่ บุคคลดังกล่าวโดยได้เข้าพบที่บ้าน เพื่อให้บริการรับรายงานตัว พร้อมขอให้บุคคลดังกล่าวแสดงผลการตรวจโควิด-19 เป็นลบภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง หรือหากยังไม่ตรวจ ก็ขอให้เข้ารับการตรวจโรคด้วยชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit หรือวิธี RT-PCR แต่หญิงรายนี้กลับไม่ให้ความร่วมมือ จนท.แจ้งกลับมายังนายอำเภอฯว่าไม่ยอมกักตัวและยังด่า จนท.อีกด้วย ตนจึงให้ จนท.ทีม 5 เสือ ไปบอกกล่าวให้เข้ามารายงานตัวมาพบนายอำเภอฯ ก็ยังด่าเจ้าหน้าที่อีกรอบที่ 2 เรื่องนี้เพียงขอให้กักตัวภายในบ้าน 14 วัน พร้อมกับขอให้ลงชื่อในเอกสารยินยอมในการกักตัว แต่บุคคลดังกล่าวกลับมีพฤติกรรมฝ่าฝืน ดื้อดึง ไม่รับฟัง ไม่ยอมเซ็นเอกสารใดๆ ต่อมา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ต.ปากปวน ได้แจ้งมายังตน ตนจึงมอบหมายให้ปลัดอำเภอร่วมกับคณะทำงานหมู่บ้านไปชี้แจง และทำความเข้าใจแก่บุคคลดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ยินยอมหรือให้ความร่วมมือปฏิบัติตามแนะนำของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
ทางอำเภอวังสะพุงพิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า ตามประกาศจังหวัดเลยให้ดำเนินการกับทุกรายไม่ว่าจะเป็นใครใหญ่มาจากไหนไม่เลือกปฏิบัติโดยเด็ดขาด ยกเว้นเฉพาะบุคคลตามข้อยกเว้นในประกาศเท่านั้น บุคคลดังกล่าวรายนี้จึงมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามประกาศจังหวัดเลย ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2564 จึงได้แจ้งความดำเนินคดีแก่บุคคลดังกล่าว ซึ่งระบุเป็นความผิดตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ คลิปวิดีโอขณะปลัดอำเภอและคณะเข้าไปพูดคุยขอความร่วมมือกับหญิงรายดังกล่าว มีการพูดจากับเจ้าหน้าด้วยอารมณ์โมโห ชี้หน้าด่าทอปลัดอำเภอว่าบุกรุก ไม่ยอมทำตามคำสั่งใดๆทั้งสิ้น เพราะการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นความผิดพลาดของรัฐบาล พร้อมบอกว่าให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาหาเลย และจะเรียกผู้สื่อข่าวมาด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าหญิงคนดังกล่าว มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ ดูแลด้านปฏิบัติการออกอากาศ และเป็นคณะกรรมการบริหารสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งที่กรุงเทพมหานคร