เพื่อนบ้านสุดทน โพสต์คลิปย่าตีหลานจนหูมีเลือดออก
13 ส.ค. 2564

เพื่อนบ้านสุดทน โพสต์คลิปย่าตีหลานจนหูมีเลือดออก ส่วนย่ายอมรับทำจริงและทะเลาะกันบ่อย เพราะต้องการสั่งสอน เด็กเป็นคนก้าวร้าน ไม่ยอมเชื่อฟัง
ข่าว
13 ส.ค. 2564

เพื่อนบ้านสุดทน โพสต์คลิปย่าตีหลานจนหูมีเลือดออก ส่วนย่ายอมรับทำจริงและทะเลาะกันบ่อย เพราะต้องการสั่งสอน เด็กเป็นคนก้าวร้าน ไม่ยอมเชื่อฟัง
13 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่ออ้ายสีโห บันเทิงศิลป์ อยู่ที่ หมู่บ้านอาพืด ต.คำผง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ได้โพสต์ข้อความว่า #ย่าตีหลานจนมีเลือดในช่องหู #นี่คือภาพความรุนแรงในครอบครัว เกิดเหตุใกล้ๆข้างบ้านผมนี่เองผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว #ให้สังคมพิจารณาช่วยผมตัดสินใจหน่อยครับจะเอาอย่างไรดี? ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป.... มันเกิดขึ้นในหมู่บ้านของผม.คราวนี้เด็กมีเลือดออกในช่องหูมีรอยพกช้ำตามใบหน้า
ล่าสุดวันนี้ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่บ้านอาพืด ต.คำผง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ พบกับนางเพียง งามเจริญ อายุ64 ปี เป็นย่าของ ด.ช. พีรวิชญ์ บุญจันทร์อายุ 13 ปี ตามที่คลิปย่าตีหลาน โดยคลิปดังกล่าวเป็นภาพที่ย่าตีหลานล้มลุกคลุกคลานและใบหูเลือดซิบ ซึ่งบรรยากาศบ้านดูเงียบเหงา นางเพียง งามเจริญ(ผู้เป็นย่า)ได้นั่งอยู่ที่หลังบ้าน พร้อมกับพูดคุยกับทีมข่าว โดยบอกว่าเด็กที่ย่าตีนั้นเป็นหลานย่าเอง นิสัยจะเป็นเด็กก้าวร้าว ซึ่งย่าจะทะเลาะกับหลานประจำ
นายสาคร บุตรเพชร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ผรส. ) ได้เล่าให้กับทีมข่าวฟังว่า วันที่เกิดเหตุนั้น ย่าเพียงได้ไปซื้อใบมีดมาใหม่และบอกให้หลานชายให้ช่วยประกอบให้ด้วย แต่หลานไม่ประกอบให้เพราะไปอยู่ที่บ้านเพื่อนบ้านข้างๆ ย่าแกเลยโมโหไปตามหาหลานและตีหลานอย่างที่เห็นในคลิป เพื่อนบ้านเข้าไปห้ามแต่แยกกันไม่ได้ จึงได้มาตามตน ตนนั้นจึงเข้าไปห้ามและได้แยกออกจากกันได้ หลังจากนั้นตนจึงถามว่าเป็นอะไรกัน เรื่องมาจากใบมีดและโทรศัพท์คือเขาไม่ให้หลานเขาเล่นโทรศัพท์หลานชายก็กำโทรศัพท์อยู่ ย่าขอแค่โทรศัพท์คืน หลานจึงทิ้งโทรศัพท์ ย่าเขาจึงปล่อยหลาน และตนนั้นจึงเข้าไปดูที่ตัวหลานชายและดูที่หูเห็นว่ามีเลือดออกที่หู ตนจึงแนะนำให้ย่าพาหลานชายไปหาหมอก่อน และเตือนย่าว่าอย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งนะ ไม่งั้นจะตามเจ้าหน้าที่มา
นางเพียง งามเจริญ(ผู้เป็นย่า)ได้เล่าเหตุการณ์ให้ทีมข่าวฟังว่า ตนนั้นได้เลี้ยงหลานชายมาตั้งแต่ออกจากท้องแม่ได้ 7 วัน โดยแม่ของหลานชายนั้นไม่เคยได้ดูแลเลย และแม่ของหลานชายก็ได้เสียชีวิตไปปีกว่าแล้ว ส่วนพ่อของหลานชายนั้นไปทำงานที่ต่างจังหวัด 2 ปีกว่าแล้ว ไม่เคยกลับมาบ้านมาเยี่ยมดูลูกเลย ตนนั้นจึงดูแลหลานชายตลอดมาตั้งแต่เล็กจนโตถึงปัจจุบันนี้ หลานตนนั้นมีอายุได้ 13 ปีแล้ว เรียนได้แค่ชั้นป. 5 หลานก็ไม่ยอมเรียนต่อชั้นป. 6 ส่วนตัวแล้ว ตนและหลานก็จะมีปากเสียงกันบ่อยๆ เพราะหลานนั้นจะมีนิสัยก้าวร้าวและดื้อรั้น ตนจึงว่ากล่าวตักเตือนอยู่เป็นประจำ
จนมาเมื่อวันที่เกิดเหตุ ตนได้บอกกับหลานว่า อย่าไปนอนบ้านข้างๆกับเขานะ เพราะเขาเพิ่งมาจากโคราช ย่ากลัวโรคโควิด-19 หลานชายจึงไม่พอใจ ที่ย่าไม่ให้ไปนอนค้างกับเพื่อนข้างบ้าน และได้มีปากเสียงทะเลาะกันและตีหลานดังคลิปที่ถูกเผยแพร่ออกไป ซึ่งย่านั้นก็ได้ยอมรับกับทีมข่าวว่า ตนนั้นตีหลานจริงตามคลิป แต่ไม่ได้ตีหรือตบเข้าที่บ้องหูจนเลือดไหล อย่างที่เป็นข่าว ย่าเพียงใช้เล็บหยิกไปที่ใบหูโดยใช้เล็บจิก เนื้อจึงหลุดถลอกและมีเลือดไหลซิบออกมาอย่างที่เห็นแต่หลังจากนั้น ตนก็พาหลานไปหาหมอ และได้ยาแก้ปวดมาทาน 1แผง ย่าเพียงกล่าวอีกว่า ย่าเลี้ยงหลานชายมาตั้งแต่เล็ก ใครล่ะจะตีหลานได้ถึงขนาดนั้น
จากนั้นย่าเพียงก็ได้ตะโกนเรียกหลานชายให้เข้ามาคุยกับทีมข่าว แต่หลานชายกลับเดินหนีและพูดด้วยเสียงดังว่า อย่ามายุ่งๆแล้วก็วิ่งหนีจากไป ย่าเพียงบอกกับทีมข่าวว่า ก็ดูเอาเหอะอย่างที่เห็น ขนาดเรียกเข้ามาคุย ยังไม่คุยเลย วิ่งหนีไปอย่างที่ทีมข่าวเห็นนั่นหละ
โดย - วิจิตร ชุณหกิจขจร
ข่าวล่าสุด