"หมอชลน่าน" ชี้ออกพ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาโควิดส่อขัดรัฐธรรมนูญ แขวะ "บิ๊กตู่" หากคลอดกม.นี้ เท่ากับสารภาพว่าบริหารผิดพลาด พร้อมย้ำเท่ากับโยนบาปให้ข้าราชการประจำ

13 สิงหาคม 2564 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมออกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่วการออกพ.ร.ก.ดังกล่าว เหมือนการสารภาพผิดและยอมรับว่าการแก้ไขสถานการณ์โควิดผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น เจตนาของพล.อ.ประยุทธ์ มีวัตถุประสงค์ในการใช้บุคลากรทางสาธารณสุข และบุคลากรด่านหน้า ที่ทำงานหนักในการดูแลรักษาผู้ป่วยมาเป็นเครื่องมือในการล้างผิดให้กับตัวเอง 

 

ทั้งนี้ เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น รัฐบาลกำลังโยนความผิดไปให้ฝ่ายข้าราชการประจำ รับผิดชอบความผิดแทนฝ่ายนโยบายที่บริหารผิดพลาด โดยเฉพาะการบริหารวัคซีน ส่งผลให้แพทย์และพยาบาลต้องทำงานหนัก บางคนเจ็บป่วยและเสียชีวิต แม้จะได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 โดสแล้วก็ตาม ซึ่งการทำงานในภาวะไม่มีความพร้อม อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มารับบริการ อาจจะถึงขั้นมีการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ โดยเรื่องนี้ควรออกพ.ร.บ.คุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ มากกว่าการออกเป็นพ.ร.ก. 

 

นอกจากนี้ การออกพ.ร.ก.ดังกล่าว อาจสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 2 เพราะการให้ความคุ้มครองเรื่องการจำกัดความรับผิด ไม่เข้าข่ายเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน และไม่เกี่ยวเนื่องกับประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบริการทางการแพทย์เกิดขึ้นได้ ทั้งจากกรณีที่มีผู้รับผิดและไม่มีผู้รับผิด เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเยียวยา กรณีมีการฟ้องร้องความผิดฐานละเมิด ถ้าเป็นการกระทำโดยสุจริตไม่ประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายและไม่เลือกปฎิบัติเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว

 

ขณะเดียวกัน ที่สำคัญอาศัยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.สามารถแต่งตั้ง แพทย์พยาบาล บุคลากรด่านหน้า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติทางการแพทย์ ซึ่งได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญาและวินัย อาจเป็นเพราะไม่สามารถแต่งตั้งผู้บริหารวัคซีนโดยเฉพาะระดับนโยบาย เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติด้านการรักษาพยาบาลได้ จึงเลือกออกพ.ร.ก.เพื่อคุ้มครอง โดยอาศัยบุคลากรด่านหน้ามาเป็นข้ออ้าง

"พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไม่โยนบาปให้กับฝ่ายข้าราชการประจำมารับผิดแทน โดยเฉพาะการยกร่างพ.ร.ก.โดยอ้างว่าฝ่ายการเมืองไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล" นพ.ชลน่าน กล่าว