ส่วนจังหวัดที่ไม่ได้แจ้งความประสงค์หรือแจ้งมาไม่ถึงร้อยละ 50 ของจำนวนบุคลากร ก็ยังจัดส่งวัคซีนให้ร้อยละ 50 ของจำนวนบุคลากร เนื่องจากเข้าใจถึงความยุ่งยากในการประสานงาน ส่วนจังหวัดที่ต้องการมากกว่าร้อยละ 50 ถึงร้อยละ 74 ของจำนวนบุคลากร จะจัดสรรให้ตามที่แจ้งมา
สำหรับจังหวัดที่แจ้งความประสงค์มาเกินร้อยละ 75 จะจัดส่งให้ร้อยละ 75 ก่อน เพื่อตรวจสอบจำนวนให้ชัดเจน เพราะหากวัคซีนเหลือในพื้นที่ จะยากต่อการบริหารจัดการ ซึ่งหากเปลี่ยนไปฉีดให้กลุ่มเสี่ยง 608 จะไม่สามารถบริหารวัคซีนเข็มที่ 2 ได้ และกลุ่มเสี่ยงก็จะได้รับวัคซีนในรอบ 2 ในสัปดาห์ถัดไปอยู่แล้ว
“ขณะนี้ได้ทยอยส่งวัคซีนไฟเซอร์ให้โรงพยาบาลใหญ่ๆ โรงเรียนแพทย์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค 64 ที่ผ่านมา เนื่องจากทราบดีว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีบุคลากรทางการแพทย์เป็นจำนวนมาก และได้จัดส่งวัคซีนที่เหลือแต่ละจังหวัดให้ครบตามจำนวนในระบบฐานข้อมูลแล้ว คาดว่าวัคซีนจะถึงพื้นที่ทั้งหมดไม่เกินวันที่ 14 ส.ค. 64 นี้ ซึ่งได้แนบเอกสารการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ 7 แสนโดส ว่าส่งไปที่โรงพยาบาลใดบ้าง"
นายแพทย์โอภาส กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดสรรจากโรงพยาบาลจังหวัด สสจ. จะจัดสรรไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ถือเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ยืนยันว่าไม่มีการสต๊อกวัคซีนไว้ที่กรมควบคุมโรค และไม่มีการเลือกฉีดให้กับเคสวีไอพีใดๆ ทั้งสิ้น หากพบเบาะแสการนำวัคซีนไปฉีดผิดกลุ่มเป้าหมาย ขอให้แจ้งกระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์บริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์กระทรวงสาธารณสุข โทร.02 590 2876-7