พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ย้ำว่า การเผาและทุบทำลายสถานที่ราชการรวมถึงยานพาหนะ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำ การกระทำดังกล่าวจะทำให้สูญเสียงบประมาณไปโดยใช่เหตุ ซึ่งเหตุเผาทำลายรถควบคุมผู้ต้องขังบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คนประกอบ คือ นายอาทิตย์ สากลวารี อายุ 20 ปี และนายน้ำเชี่ยว เนียมจันทร์ อายุ 20 ปี และตำรวจสามารถจับกุมทั้งคู่ได้ โดยนายอาทิตย์ให้การภาคเสธ อ้างว่ามีการขว้างระเบิดปิงปองใส่รถควบคุมผู้ต้องหาจริง แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ ส่วนนายน้ำชี่ยวรับ สารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งทั้งสองคนจะถูกดำเนินคดึในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ และร่วมกันมั่งสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปจนเกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง / ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บควบคุมโรค นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา พบระเบิดไทยประดิษฐ์ พลุเพลิง และเสื้อผ้าของผู้ต้องหาที่ใช้ในวันก่อเหตุด้วย
และยังกล่าวขอโทษประชาชนชาวแฟลชดินแดง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมและการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตลอดสองวันที่ผ่านมา ยืนยันว่าการทำงานของตำรวจกระทำไปเพื่อต้องการควบคุมสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน