สลด!! ศบค. ชี้ ติดเชื้อถึงยอดภูเขาหรือยัง ไม่มีใครตอบได้ ระบุ หากเป็นไปในทางที่ดีจะอยู่ในตรงนี้ แจง หาทางลงได้ ต้องช่วยกันทุกคนทั่วทั้งประเทศ วันนี้พบรายใหม่ 21,038 ราย ดับเพิ่ม 207 คน หายป่วยเพิ่ม 22,012 ราย อาการหนัก 5,407 ราย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (11 ส.ค.64) นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของประเทศไทยประจำวันที่ 11 สิงหาคม ว่า  ประเทศไทยอยู่ลำดับ 35

สถานการณ์ Covid-19 ทั่วโลก ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 35

ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 21,038 ราย ติดเชื้อในประเทศ 20,846 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 19 ราย จากเรือนจำที่ต้องขัง 173 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 788,126 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 816,989 ราย หายป่วยแล้ว 22,012 ราย หายป่วยสะสม 572,726 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 207 ราย เสียชีวิตสะสม 6,701 คน คิดเป็นร้อยละ 0.85% ผู้ป่วยรักษาอยู่ 210,042 ราย ในโรงพยาบาล 61,384 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 148,658 ราย อาการหนัก 5,407 ราย ใส่เครื่องช่วยหาย 1,094 ราย

สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ วันที่ วันที่ 11 ส.ค. 2564

ผู้รับวัคซีนแล้ว 21,717,954 โดส เข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 364,685 ราย สะสม 16,701,428 ราย เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 125,685 ราย สะสม 4,692,030 ราย เข็มที่สามเพิ่มขึ้น 56,474 ราย สะสม 324,496 ราย โดยเป้าหมายต้องให้ได้เข็มที่หนึ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้มี 7 โรคประจำตัว ทั้งนี้หากเป็นไปได้ในเดือนส.ค.-ก.ย. ต้องมากกว่า 50-60% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทางกระทรวงสาธารณสุข เสนอศบค. ซึ่งเห็นชอบร่วมกันที่จะเป็นทิศทางในการขับเคลื่อน ทั้งนี้ถามว่าการติดเชื้อถึงยอดเขาแล้วหรือยัง ไม่มีใครตอบได้ เราต้องดูแลตัวเองให้ดี ไม่ไปสัมผัสติดเชื้อเพิ่ม ยอดติดเชื้อหากเป็นไปในทางที่ดีจะอยู่ในตรงนี้ และหาทางลงให้ได้ ต้องช่วยกันทุกคนทั่วทั้งประเทศ

 

ประเทศในเอเชีย พบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน ญี่ปุ่น บังคลาเทศ และไทย โดยอัตราป่วยต่อประชากร 1 ล้านราย สหรัฐอเมริกา 110,737 ราย สหราชอาณาจักร 89,594 ราย มาเลเซีย 39,598 รายอินเดีย 22,963 ราย อินโดนีเซีย 13,439 ราย ไทย 111,672 ราย ส่วนอัตราตายต่อประชากร 1 ล้านราย สหราชอาณาจักร 1,911 ราย สหรัฐอเมริกา 1,905 ราย อินโดนีเซีย 400 ราย มาเลเซีย 340 ราย อินเดีย 308 ราย และไทย 97 ราย

สลด!! ศบค.เผยไม่มีใครตอบได้ติดเชื้อถึงยอดเขาหรือยัง ชี้ ทางลงต้องช่วยกัน

ผู้ป่วยเสียชีวิต 207 ราย กรุงเทพมหานคร 60  ราย สมุทรปราการ 17 ราย สมุทรสาคร 15 ราย นครปฐม 14 ราย ปทุมธานี 9 ราย นนทบุรี 9 ราย นราธิวาส 6 ราย ยะลา 3 ราย ปัตตานี 1 ราย สงขลา 1 ราย พัทลุง 2 ราย ระนอง 1 ราย ตรัง 1 ราย นครศรีธรรมราช 1 ราย ร้อยเอ็ด 5 ราย มหาสารคาม 3 ราย สกลนคร 2 ราย ชัยภูมิ 2 ราย กาฬสินธุ์ 1 ราย ขอนแก่น 1 ราย นครพนม 1 ราย ศรีสะเกษ 1 ราย อุบลราชธานี 1 ราย  ตาก 10 ราย นครสวรรค์ 6 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย กำแพงเพชร 1 ราย ชัยนาท 1 ราย พะเยา 1 ราย พิษณุโลก 1 ราย ลำพูน 1 ราย อุทัยธานี 1 ราย ราชบุรี 7 ราย พระนครศรีอยุธยา 5 ราย ฉะเชิงเทรา 5 ราย นครนายก 2 ราย ปราจีนบุรี 2 ราย กาญจนบุรี 1 ราย ชลบุรี 1 ราย ตราด 1 ราย สระบุรี 1 ราย และอ่างทอง 1 ราย เป็นชาย 112 ราย หญิง 95 ราย ไทย 199 ราย เมียนมา 5 ราย อินเดีย กัมพูชา ปากีสถาน ประเทศละ 1 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 118 ราย คิดเป็น 57% อายุน้อยกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรัง 58 ราย คิดเป็น 28% ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 28 ราย คิดเป็น 14% หญิงตั้งครรภ์ 2 ราย คิดเป็น 1% กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอ่างทอง เสียชีวิตที่บ้าน 2 ราย กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครศรีธรรมราช อาศัย/ไปพื้นที่ระบาด 75 ราย ครอบครัว 52 ราย คนรู้จัก 47 ราย

รายละเอียดผู้เสียชีวิตของประเทศไทย วันที่ 11 สิงหาคม 2564 จำนวน 207 ราย

ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 19 ราย จาก ดูไบ 1 ราย อิสราเอล 1 ราย มาเลเซีย 1 ราย และจากเมียนมา 16 ราย ซึ่งเดินทางมากับเรือสินค้าวันที่ 8 สิงหาคม เพศชาย 16 ราย อายุระหว่าง 22-82 ปี สัญชาติไทย อาชีพลูกเรือสินค้าต่างประเทศ ผลพบเชื้อไม่มีอาการ 3 ราย มีอาการ 13 ราย เข้าพัก/รักษา ASQ ภูเก็ต/ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 

การระบาดที่พบในจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ในจังหวัดสมุทรสาคร อ.เมือง บริษัทปิโตรเลียม พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19 ราย  จังหวัดราชบุรี อ.เมือง บริษัทอาหารสำเร็จรูป พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 32 ราย จังหวัดปราจีนบุรี อ.บ้านสร้าง บริษัทเครื่องดื่ม พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26 ราย ตอนนี้จึงต้องทำบับเบิ้ลแอนด์ซีล

 

ขอพี่น้องประชาชนที่เป็นลูกจ้างในโรงงานต่างๆ ต้องให้ความร่วมมือกับนายจ้าง หลายแห่งต้องปิด โรงงานระบาดมีสูงแต่หลายแห่งจำนวนการระบาดต่อสัดส่วนคนงานอาจจะไม่ต้องมีการปิด แต่ต้องทำบับเบิ้ลแอนด์ซีล ซึ่งจะต้องทำให้เครื่องจักรดำเนินการต่อการจะปิดไปทั้งหมดอาจทำให้มีผลต่อเศรษฐกิจได้

 

ส่วนสถานการณ์เตียงจากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การกระจายผู้ป่วยออกไปช่วยแบ่งเบาภาระคนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเห็นกระจายไปทางภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นแรงงานในภาคการจ้างงานในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยจังหวัดสีแดง 13 จังหวัด ได้แก่ อยุธยา ฉะเชิงเทรา บึงกาฬ หนองบัวลำภู หนองคายมหาสารคาม นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม นครนายก พิจิตร สมุทรสาคร และภูเก็ต มีเตียงพร้อมใช้น้อยกว่า 20%

 

ขณะที่เตียงพร้อมใช้สีส้ม 23 จังหวัด เหลือประมาณ 21- 40% คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี จันทบุรี ตราด นครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี ยโสธร ชัยภูมิ อำนาจเจริญ อุดรธานี เลย นครพนม มุกดาหาร อุทัยธานี กำแพงเพชรเพชรบูรณ์ สุราษฎร์ธานี พัทลุง ยะลา และนราธิวาส

 

ส่วนเตียงพร้อมใช้สีแดง 19 จังหวัดเหลือ 41- 60% คือจังหวัดสมุทรปราการ สิงห์บุรี สระบุรี ระยอง ปราจีนบุรี ศรีสะเกษ สกลนคร ลำปาง อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา ตาก พิษณุโลก เพชรบุรี ประจวบ นครศรีธรรมราช พังงา ระนอง และสงขลา

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับอัตราตายต่อแสนประชากร  มากกว่า 5 รายต่อแสนประชากร 3 จังหวัดคือ กรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 0.85 สมุทรสาคร คิดเป็นร้อยละ 6.18 และปัตตานี คิดเป็นร้อยละ 5.11 ส่วน น้อยกว่า 5 ต่อแสนประชากร 3 จังหวัด คือ นครนายก สมุทรปราการ อ่างทอง ส่วน 1.5 -3 ต่อแสนประชากร 6 จังหวัด คือ ตราด นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ยะลา และสุโขทัย ขณะที่การเปรียบเทียบอัตราตายต่อล้านประชากร ในระดับโลกของประเทศไทยอยู่ที่ 89 ต่อล้านประชากร อยู่ลำดับที่ 148 ส่วนอันดับ 1 อยู่ที่ประเทศเปรู เสียชีวิตอยู่ที่ 5,881 ต่อล้านประชากร

 

ส่วนการให้วัคซีนใน 29 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เป้าหมายอยู่ที่ 70% พบว่าเกือบทุกจังหวัดต่ำกว่าเป้าหมาย มีแค่กรุงเทพมหานครที่มีรายงานฉีดในกลุ่มเป้าหมายแล้ว 80% กลุ่มคน 60 ปี 90% โดยมีจังหวัดที่ได้รับวัคซีนต่ำกว่า 10% คือ ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครราชสีมา

 

นอกจากนี้กรุงเทพมหานครได้มีการประชุมทาง conference วันนี้มีผู้ติดเชื้อ 4,525 ราย โดยมีการใช้ทุกกลยุทธ์เชิงรุกในการเข้าชุมชนในการตรวจเชื้อทั้งคนไทยและต่างด้าว โดยทีม CCRT ฉีดวัคซีนวันนี้ 3,373 ราย  การตรวจใช้ ATK  1,347 ราย พบติดเชื้อสะสม 126 ราย คิดเป็น 9.35%

 

ที่ประชุมศปก.ศบค. ห่วงใยเพราะมีภาพข่าวหนังสือพิมพ์ลงผู้เสียชีวิตอยู่ที่บ้านเป็นระยะๆ ทางผอ.ศปก.ศบค. ได้มีการสอบถามว่าจะมีแนวทางลดภาพนี้ได้อย่างไร นอกจากจะฉีดวัคซีน การรักษาโดยเร็ว สิ่งหนึ่งหากท่านต้องการความช่วยเหลือจะมีการแจ้งเรื่องเข้าสู่ระบบการรักษามีสายด่วน 50 เขต เพิ่มจากสายด่วน 1300