น.ส.นลิน กล่าวต่อว่า ตนเองได้ไปปรึกษากับแพทย์ที่รักษาอาการของคุณยาย แพทย์บอกว่ามีการศึกษามาเล็กน้อยว่าสามารถฉีดได้ ประกอบกับสถานการณ์ขณะนั้น การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ใกล้เคียงบ้านเริ่มมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น และคนในบ้านเองยังไม่มีใครได้รับวัคซีน จึงกลัวว่าคนที่อยู่ในบ้านรวมถึงตนเองที่ต้องไปทำงานนอกบ้านจะนำเชื้อเข้ามาติดคุณยาย จึงตัดสินใจพาคุณยายไปฉีดวัคซีน โดยในการพาคุณยายไปต้องจ้างรถพยาบาลเอกชนพาไปฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนของโรงพยาบาลหางดง ที่วัดทรายมูล ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และต้องให้เจ้าหน้าที่ขึ้นมาฉีดให้บนรถเพราะว่าไม่สามารถนำคุณยายลงจากรถได้
ระหว่างที่ตนเองลงไปดำเนินการเรื่องเอกสาร ได้ยินเจ้าหน้าที่คุยกันว่าสามารถวอร์คอินเข้ามารับวัคซีนได้ ตนเองจึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่แนะนำว่าทำได้ แต่จำกัดวันละ 200 คนเท่านั้น ตนเองจึงเรียกน้าและน้องสาวมาฉีดวัคซีนรวมกับตนเอง หลังจากฉีดวัคซีนเย็นวันนั้นตนเองมีอาการข้างเคียงคืออัตราหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติที่ 120 ต่อนาที ส่วนคุณยายค่าชีพจรอยู่ที่ 80-90 ครั้งต่อนาที แต่คุณยายมีอาการตื่นเต้นพูดคุยไม่หยุด เรียกคนนั้นคนนี้มาคุยด้วย
น.ส.นลิน กล่าวอีกว่า จนในคืนวันที่ 1 สิงหาคม คุณยายมีอาการปกตินอนหลับปกติ ในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 2 สิงหาคมตนเองไปพลิกตัวคุณยายยังมีอาการตอบสนองปกติ ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะเสียชีวิต แต่พอเวลา 05.00 น. คุณแม่ตื่นลงมาพลิกตัวคุณยาย กลับพบว่าคุณยายนอนไม่ตอบสนอง คุณแม่จึงเรียกตนเองลงมาดูพอสัมผัสตัวคุณยายพบว่าตัวเย็นและเริ่มเหลือง ตนเองจึงได้นำเครื่องวัดชีพจรมาวัดพบว่าไม่มีชีพจร จึงได้ติดต่อแพทย์และพาคุณยายไปโรงพยาบาลและแพทย์ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว
โดยในเบื้องต้นแพทย์นิติเวชของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ให้สาเหตุการเสียชีวิตของคุณยายว่าเกิดจากสภาวะเส้นเลือดหัวใจอุดตัน แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่าเสียชีวิตจากวัคซีนหรือไม่ หลังจากนั้นก็นำร่างของคุณยายมาประกอบพิธีตามศาสนา โดยมี พระครูธีรสุตพจน์ เจ้าอาวาสวัดผาลาดช่วยดำเนินการให้ เพราะตนเองย้ายครอบครับมาจากกรุงเทพมหานคร เมื่อ 3 ปีก่อนและไม่มีญาติพี่น้องที่ จ.เชียงใหม่