หนุ่มเลี้ยงควาย-ดับปริศนาในป่าห้วยผาอื้อ
11 ส.ค. 2564 | supee

แพร่ - ชายวัย 55 ปี เข้าป่าไปดูควายที่เลี้ยงไว้ในป่าพลาดท่าถูกปืนลั่นใส่ เพื่อนช่วยพาออกมาแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในป่า ส่วนสาเหตุต้องรอผลชันสูตร-ตรวจสอบบาดแผลอีกครั้ง
ข่าว
11 ส.ค. 2564 | supee

แพร่ - ชายวัย 55 ปี เข้าป่าไปดูควายที่เลี้ยงไว้ในป่าพลาดท่าถูกปืนลั่นใส่ เพื่อนช่วยพาออกมาแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในป่า ส่วนสาเหตุต้องรอผลชันสูตร-ตรวจสอบบาดแผลอีกครั้ง
พ.ต.ท.ภาษิต อินทรรุจิกุล พนักงานสอบสวน สภ.สูงเม่น จ.แพร่ รับแจ้งเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืน ในป่าห้วยผาอื้อ พื้นที่หมู่ที่ 4 ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำลำห้วยแม่มาน จึงประสานหน่วยกู้ชีพร่มโพธิ์ หน่วยกู้ชีพบ้านกวาง หน่วยกู้ภัยสูงเม่น เข้าพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอสูงเม่น สายตรวจตำบลหัวฝาย และชุดสืบสวน สภ.สูงเม่น จ.แพร่ โดยทราบชื่อ คือ ายบุญล่ำ ดวงจันทร์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/2 หมู่ที่ 4 ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ มีอาชีพรับจ้างทั่วไปเลี้ยงควายไว้ในป่า เลี้ยงแบบปล่อยทิ้งไว้ เข้าไปดูเดือนละ 1-2 ครั้ง ซึ่งก่อนเกิดเหตุบอกภรรยาว่าเข้าไปดูควายที่เลี้ยงไว้ ออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมาจนมาทราบว่าถูกปืนลั่นจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายสวัสดิ์ จริงแล้ว กำนันตำบลหัวฝาย เล่าว่า ตนเองได้รับแจ้งจากลูกสาวผู้เสียชีวิตว่า พ่อไปต้อนควายที่เลี้ยงไว้ในป่า และเกิดอุบัติเหตุขอให้เข้าไปช่วยเหลือ จึงได้ประสานฝ่ายปกครอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยสูงเม่น และชาวบ้าน ช่วยกันเข้าไปให้ความช่วยเหลือ จากนั้นทราบว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
สำหรับจุดที่เกิดเหตุนั้นเป็นป่าชื่อว่าห้วยผาอื้อ อยู่ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.หัวยฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำลำห้วยแม่มาน ลึกเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร จากสันอ่าง โดยผู้เสียชีวิตเอาควายไปเลี้ยงโดยวิธีเลี้ยงปล่อยทิ้งไว้ นานๆ จะเข้าไปดูครั้ง เลี้ยงรวมๆ กันหลายคนๆ ละ 10-20 ตัว รวมกันน่าจะมีควายที่เลี้ยงปล่อยไว้กว่า 100 ตัวได้ ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุเดินทางลำบากมากต้องนั่งเรือไปประมาณ 1 กม. จากนั้นหากไม่ใช่ช่วงฝนตกสามารถเอารถจักรยานยนต์วิบากเข้าไปได้อีก 3 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีก เส้นทางที่เข้าไปลำบากมากเป็นโขดหินและลำธารต้องเดินด้วยเท้าอย่างเดียว การไปนำร่างผู้เสียชีวิตนั้นตั้องผลัดกันหามออกมา
อย่างไรก็ตาม สำหรับป่าดังกล่าวนั้นเคยมีกรณีแบบเดียวกันแบบนี้ 2 ครั้งแล้ว ป่านี้เป็นที่เคารพของชาวบ้านเมื่อก่อนจะมีการเลี้ยงบูชาทุกปีโดยนำควายมาถวาย แต่เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี จึงจัดพิธี 3 ปีครั้ง ซึ่งล่าสุดทำพิธีถวายควายเมื่อเดือน มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา และจะถวายอีกครั้งก็อีก 3 ปีข้างหน้า ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องรอเจ้าหน้าที่ชันสูตรอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.30 น.วันที่ 10 สิงหาคม 2564 รับแจ้งว่าสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากป่าได้แล้ว พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ร่างผู้เสียชีวิตพบมีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่ลำตัว 3 นัด จากนั้นจึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลสูงเม่น จ.แพร่ เพื่อชันสูตรทันที โดยมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดแพร่โดยการนำของ พ.ต.ท.ธนกฤต ขัดผาบ นวท.(สบ3) พฐ.จว.แพร่ พร้อมทีมงานเข้าร่วมตรวจสอบ
เนื่องจากขณะเกิดเหตุทราบว่านายบุญล่ำ อยู่กับเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งเข้าไปหาจิ้งหรีดในป่า และ 1 ใน 2 คน นี้ เป็นคนโทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นในป่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำตัว ทั้ง 2 คน มาสอบสวนและตรวจคราบเขม่าปืนแล้ว ทราบชื่อคือนายสมพงษ์ เชิงแก้ว อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/3 หมู่ 4 ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ และนายมงคล ภูดินดาน อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/3 หมู่ 4 ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ ทั้ง 2 เล่าว่า เข้าป่าไปด้วยกัน 3 คน ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา อยู่ด้วยกันในป่า แต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมานัดกันไว้ก่อนแยกย้ายกันว่า ให้มาเจอกันที่จุดนัดพบ แต่เมื่อช่วงเวลาประมาณ 06.00-07.00 น.ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ไม่ได้เอะใจอะไร จนเวลาช่วงสายนายบุญล่ำ ไม่ลงมาสักที เรียกอย่างไรก็เงียบ จึงได้ชวนกันเดินขึ้นไปตามหา พบว่าเสียชีวิตแล้ว อยู่ในสภาพนอนตะแคง ปืนตกอยู่ข้างตัว จึงรีบช่วยกันพาร่างนายบุญล่ำลงมา และโทรศัพท์แจ้งที่บ้านว่าได้รับบาดเจ็บเพราะว่ากลัวทางบ้านตกใจ
ภาพ/ข่าวโดย กัญญสร ถิ่นทิพย์ / แพร่