นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สาธารณสุข (สสจ.)อุดรธานี กล่าวว่า ผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อหาทางกลับอยู่แล้ว ไม่ไปรับเขาก็หาหนทางกลับเอง การไปรับถือเป็นเรื่องดี นอกจากได้ช่วยเหลือกัน ยังนำพาเข้ากลับมาอย่างถูกต้อง มีระบบการส่งต่อและกักตัว ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ขณะนี้สถานการณ์ กทม.ยืดเยื้อ ที่อุดรฯเตียงคนไข้สีแดง เตียงไข้สีเหลืองเหลือน้อย หากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาก จนเกินขีดความสามารถ ก็จะเกิดความคิดจะเลือกรักษาใครก่อน หมอขอพักหายใจเตรียมพร้อมก่อน
“ ได้ขอให้ รพ.ศูนย์อุดรธานี , 5 รพ.ชุมชนมีศักยภาพ (บ้านผือ-เพ็ญ-บ้านดุง-หนองหาน-กุมภวาปี) เพิ่มเตียงสีแดง และสีเหลือง และ รพ.ชุมชนขนาดเล็ก ปรับเป็นเตียงสีเหลือง และให้ผู้ป่วยสีเขียว เข้ารักษาตัวที่ รพ.สนาม (ศูนย์โอบอุ้ม-ศูนย์มรกต-ศูนย์ฮวมฮัก 1 , 2 , 3 , 4 และที่อื่นอีกรวม 11 แห่ง รวม 3,037 เตียงตอนนี้มีเตียงรองรับอยู่ ส่วนศูนย์พักคอย (CI) 7 แห่ง สำหรับผู้ป่วยตรวจ ATK รอผล PCR จะพักคอยไม่เกิน 2 วัน จะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ทันที”
พญ.ฤทัย วรรธนวินิจ ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี กล่าวว่า อุดรฯนำคนกลับบ้านได้รับคำชม บางพื้นที่นำเอาระบบเราไปปรับใช้ นอกจากจะช่วยลูกหลานกลับบ้าน มารักษาตอนอาการยังไม่หนัก ยังลดภาระของกรุงเทพฯด้วย ผู้ป่วยเข้ารักษาเป็น สีแดง 20 % สีเหลือง 50 % และสีเขียว (เด็ก-สตรีมีครรภ์) 30 % ขณะผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนสีเขียวที่เหลือส่งไป รพ.สนาม ขณะ รพ.ต้องเร่งปรับเตียงเพิ่มศักยภาพ มีเตียงออกซิเจน 211 จุด ออกซิเจนแรงดันสูง 68 เครื่อง ที่ได้จากโครงการ “ไทอุดรไม่ทิ้งกัน” รวมถึงเอ็กซเรย์เคลื่อนที่อีก 4 เครื่อง 4 ล้านบาท ขณะการจัดการเครื่องมือต่าง ๆ ต้องเป็นเงินสดเท่านั้น จึงต้องหยิบยืมเงินไปจองก่อน