ศาลแพ่งสั่ง ตร.ระมัดระวังคุมม็อบ คำนึงความปลอดภัยนักข่าว
10 ส.ค. 2564 | chatchai_roe

ศาลเเพ่งสั่ง ตร.ใช้ความระมัดระวัง ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุม โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยสื่อมวลชน ยกคำร้องขอห้ามใช้กระสุนยาง เหตุมีกฎหมายอาญาคุ้มครองอยู่เเล้ว
ข่าว
10 ส.ค. 2564 | chatchai_roe

ศาลเเพ่งสั่ง ตร.ใช้ความระมัดระวัง ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุม โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยสื่อมวลชน ยกคำร้องขอห้ามใช้กระสุนยาง เหตุมีกฎหมายอาญาคุ้มครองอยู่เเล้ว
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งในคดีที่ นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ กับพวกรวม 2 คน ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉิน คดีหมายเลขดำที่ พ3683/2564 ระหว่างนายธนาพงศ์ พร้อมพวกรวม 2 คน กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพวกรวม 4 คน
โดยศาลได้ออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานแล้ว มีคำสั่งอันสรุปใจความได้ว่า ที่โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยางใส่โจทก์ทั้งสอง สื่อมวลชนอื่น และประชาชนที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำการ หรือมีท่าที่คุกคามต่อชีวิตบุคคลอื่น และขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนสลายการชุมนุม โดยขัดต่อหลักการพื้นฐาน ว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธ โดยเจ้าหน้าที่กฎหมายและหลักการดูแลการชุมนุมสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ 2558 นั้น
พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ 2558 มาตรา 3 (6) กำหนดมิให้ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว แก่การชุมนุมสาธารณะในระหว่างเวลาที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้น ซึ่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 มีเจตนารมณ์ให้อำนาจฝ่ายบริหาร มีอำนาจพิเศษบางประการสำหรับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการออกประกาศและข้อกำหนด เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ยุติลงโดยเร็ว
โดยเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.63 นายกรัฐมนตรีได้ออกข้อกำหนดซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 ห้ามชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
แต่การใช้อำนาจดังกล่าว ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหาย ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการ หากการใช้อำนาจของรัฐเป็นไปโดยไม่สุจริต เลือกปฏิบัติเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีจำเป็นตามมาตรา 17 แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว หากมีผู้จัดการชุมนุมหรือผู้ชุมนุมกระทำการอันฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว
จำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจ ย่อมมีอำนาจในการสลายการชุมนุม ด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป ในแต่ละครั้ง
ดังนั้นกรณีใดมีความจำเป็นในการใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยาง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรงของผู้ชุมนุม และเหตุการณ์อันอาจเกิดขึ้นในแต่ละครั้งไป
ทั้งข้อเท็จจริงตามทางไต่สวน ไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจจงใจหรือมุ่งกระทำต่อบุคคลที่ทำหน้าที่สื่อมวลชนเป็นการเฉพาะ และหากโจทก์ทั้งสอง สื่อมวลชน และประชาชน ซึ่งมิได้กระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ถูกเจ้าพนักงานตำรวจยิงด้วยกระสุนยาง ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายอาญา โดยศาลไม่จำต้องสั่งคุ้มครองชั่วคราว ก่อนพิพากษาตามคำขอดังกล่าวอีก
ประกอบกับตามที่โจทก์ทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนสลายการชุมนุม โดยขัดต่อหลักการพื้นฐาน ว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธ โดยเจ้าหน้าที่กฎหมาย และหลักการดูแลการชุมนุมสาธารณะตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ 2558 นั้น เป็นคำขอให้คุ้มครองผู้เข้าร่วมชุมนุม
เมื่อโจทก์ทั้งสอง ฟ้องคดีในฐานะสื่อมวลชน ซึ่งมิได้เป็นผู้เข้าร่วมชุมนุม จึงไม่อาจร้องขอคุ้มครองชั่วคราวแทนผู้ร่วมชุมนุมได้ ส่วนคำขอที่โจทก์ทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนคุกคามข่มขู่ จำกัดพื้นที่การปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่นนั้น
จำเลยที่ 1 ต้องปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย จึงต้องจัดพื้นที่ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่น เพื่อให้ได้รับความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพยานโจทก์ทั้งสองในชั้นนี้ ก็มิได้เบิกความว่าถูกเจ้าพนักงานตำรวจจำกัดพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ จึงยังรับฟังไม่ได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจจำกัดพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่น
ทั้งโจทก์ทั้งสองก็มิได้มีคำขอท้ายฟ้อง ขอให้ศาลห้ามจำเลยที่ 1 จำกัดพื้นที่การปฏิบัติงานของโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชน โจทก์ทั้งสอง จึงไม่อาจขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ก่อนพิพากษาในกรณีดังกล่าวได้
อย่างไรก็ดี ได้ความตามทางไต่สวนว่า จำเลยที่ 1 โดยเจ้าพนักงานตำรวจใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยางในการควบคุมฝูงชน และสลายการชุมนุม เป็นเหตุให้สื่อมวลชนหลายราย ซึ่งมิใช่ผู้ร่วมชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนยาง ก่อให้เกิดความหวาดกลัว และไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจยังต้องปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมฝูงชน และสลายการชุมนุม ซึ่งโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่น อาจได้รับอันตรายแก่กายจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ กรณีจึงมีเหตุที่จะคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอนี้
แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนด้วย
จึงมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชน ภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน
ทั้งโจทก์ทั้งสองก็มิได้มีคำขอท้ายฟ้องขอให้ศาลห้ามจำเลยที่ 1 จำกัดพื้นที่การปฏิบัติงานของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชน โจทก์ทั้งสองจึงไม่อาจขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีดังกล่าวได้
อย่างไรก็ดี ได้ความตามทางไต่สวนว่า จำเลยที่ 1 โดยเจ้าพนักงานตำรวจใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยางในการควบคุมฝูงชนและสลายการชุมนุม เป็นเหตุให้สื่อมวลชนหลายรายซึ่งมิใช่ผู้ร่วมชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนยาง ก่อให้เกิดความหวาดกลัวและไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจยังต้องปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมฝูงชนและสลายการชุมนุมซึ่งโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนอื่นอาจได้รับอันตรายแก่กายจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ กรณีจึงมีเหตุที่จะคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอนี้ แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย โจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนด้วย
จึงมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชน ภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน
จึงมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุมโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน
ขณะที่ น.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความโจทก์ กล่าวว่า กรณีที่ขอให้คุ้มครองชั่วคราว ห้ามเจ้าพนักงานตำรวจใช้กระสุนยางกับสื่อมวลชนนั้น ศาลเห็นว่า สถานการณ์การชุมนุมแต่ละครั้งไม่ชัดเจนว่า สื่อมวลชนถูกเจ้าพนักงานตำรวจยิงด้วยกระสุนยางทุกครั้งหรือไม่ จึงคุ้มครองส่วนนี้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็สั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสื่อมวลชน