หนองบัวลำภูใช้แนวทาง ‘บับเบิ้ล แอนด์ ซีล’ คุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในโรงงานเย็บผ้า พร้อม เร่งตรวจเชิงรุก พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 21 ราย

9 สิงหาคม 2564 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดหนองบัวลำภู  นางศิวพร  ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วย นายแพทย์สาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดหนองบัวลำภู  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหนองบัวลำภู  ร่วมประชุมเพื่อรายงานสถานการณ์โรคติดต่อภายในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อวางมาตรการควบคุมโรค ในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่ง ต.นาคำไฮ ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 ราย เมื่อวันที่  1 สิงหาคม จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุข ได้นำรถตรวจชีวนิรภัย เคลื่อนที่เข้าไปตรวจพนักงานเชิงรุก ภายในโรงงานดังกล่าวมีผู้เข้ารับการตรวจ กว่า 1,000 คน พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น  จำนวน  21 ราย

ใช้แนวทาง‘บับเบิ้ล แอนด์ ซีล’ คุมการแพร่ระบาดโควิดในโรงงานเย็บผ้า

สำหรับโรงงานแห่งนี้ มีพนักงาน 1,573 คน ภายในโรงงานแบ่งออกเป็น  13 แผนก พนักงานส่วนใหญ่มาทำงานแบบ ไป-กลับ จากการสอบสวนโรค ผู้ติดเชื้อ พบว่า เป็นเพศชาย  อายุ 35 ปี  ติดเชื้อมาจากภายนอก และยังแพร่เชื้อไปยัง ภรรยา และแม่บ้าน รวม  3 คน จากการสอบสวนไทม์ไลน์ พบมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ซึ่งได้แยกกักตัวและให้หยุดพักทำงาน  และทำการตรวจเชิงรุก จำนวน  790 ราย พบผู้ป่วยเพิ่ม รวม  21 ราย ส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล  ส่วนโรงงานยังดำเนินการได้ตามปกติ  แต่ให้ใช้แนวทาง ‘บับเบิ้ล แอนด์ซีล’ คุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในโรงงาน ตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด

ใช้แนวทาง‘บับเบิ้ล แอนด์ ซีล’ คุมการแพร่ระบาดโควิดในโรงงานเย็บผ้า
 

นายแพทย์สุรพงษ์ ผดุงเวียง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า แนวทางในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคในโรงงานแห่งนี้ ให้ใช้‘บับเบิ้ล แอนด์ซีล คือ การทำงานตามเส้นทางที่กำหนด โดยการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก แยกส่วน  แยกแผนก  อย่างชัดเจน  พร้อมสังเกตการแสดงอาการของโรค เป็นเวลา 14 วัน หากพบว่ามีผู้ติดเชื้อก็นำไปรักษา และกลุ่มเสี่ยงให้หยุดทำงานและกักตัวที่บ้าน เป็นเวลา  14 วัน  มาตรการ Bubble and Seal เป็นการควบคุมการระบาดในโรงงาน โดยทำการแบ่งคนเป็นกลุ่มย่อย ๆตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แต่ละกลุ่มสามารถทำงานร่วมกันโดยป้องกันตนเอง แต่ไม่ให้มีการทำงานหรือทำกิจกรรมข้ามกลุ่มและไม่ให้พนักงานมีกิจกรรมนอกสถานประกอบการหรือนอกที่พักอาศัยหากเกิดการติดเชื้อจะทำให้เชื้อแพร่กระจายน้อยลง ทำให้การควบคุมโรคง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โรงงานหรือสถานประกอบการก็ไม่ต้องปิด ทุกคนมีรายได้

ใช้แนวทาง‘บับเบิ้ล แอนด์ ซีล’ คุมการแพร่ระบาดโควิดในโรงงานเย็บผ้า

สำหรับแรงงานที่พักอาศัยนอกโรงงาน ต้องมีการควบคุมการเดินทางระหว่างที่ทำงานกับที่พักอาศัย ไม่แวะทำธุระระหว่างเดินทางและเมื่อกลับถึงที่พักต้องอยู่ภายในที่พัก เท่านั้นสำหรับแรงงานพักอาศัยในโรงงาน ต้องมีการควบคุมไม่ให้แรงงานออกนอกพื้นที่โรงงาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ให้จัดพนักงานแยกเป็น bubbleให้มีสัญลักษณ์แสดงชัดเจน ไม่ให้มีกิจกรรมข้าม bubble  หากbubble ใดมีผู้ติดเชื้อ คนใน bubble นั้นจะถือว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยเกณฑ์ในการจัด bubble นั้นให้ใช้ข้อมูลที่พัก วิธีการเดินทางจากที่พักมายังที่ทำงาน ไลน์การผลิต แผนกที่ทำงาน แผนผังที่ทำงาน โดย หัวหน้ากลุ่ม bubbleจะทำหน้าที่สำรวจหาผู้ที่มีอาการไข้ ไอ หรือสงสัยติดเชื้อ ทุกวัน ในส่วนของพนักงานที่ไม่มีอาการผิดปกติ ให้ทำงานใน bubble ตนเองต่อไปได้
 
โดย – สุรศักดิ์ เครือคำ