ภาระงานของโรงพยาบาลขอนแก่น ที่ต้องรับมือกับสถานการณ์โควิด 19 ถือว่ามีภารกิจหนักที่สุด คือ ต้องรับผิดชอบผู้ป่วยโควิด 19 กลุ่มสีแดง มีเตียงไอซียูรองรับผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจมากที่สุดในจังหวัดขอนแก่น ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาเรารับคนไข้โควิด กลุ่มสีแดงมากกว่า 10 ราย ยังไม่รวมไปถึงกลุ่มที่มีอาการปานกลาง กลุ่มสีเขียวที่มีอาการเล็กน้อย เปิดหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ ที่โรงแรมลาวิลล่า หอผู้ป่วยเฉพาะกิจที่ร่วมกับศูนย์อนามัยที่ 7 ฝ่ายเวชกรรมสังคม ที่ต้องดูแลผู้ป่วยในชุมชนที่ติดเชื้อและแยกอยู่ในชุมชน การดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อที่ยังไม่มีเตียงเข้ามารักษาในโรงพยาบาล รวมไปถึงคลัสเตอร์ใหญ่ๆอย่าง คลัสเตอร์ฟันน้ำนม รพ.สีชมพู แคมป์คนงาน และเรือนจำกลางขอนแก่น ที่มีผู้ติ้เชื้อตามรายงานข่าวกว่า 1,200 คน ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ
“เพราะฉะนั้นเมื่อเทียบกับภาระงานในขณะนี้ กับจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าในจำนวน1,400 คน ขอวัคซีนไฟเซอร์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มนี้ที่อยู่ด้านหน้าจริงๆ ซึ่งถือว่าจำนวนไม่มาก ในจำนวนนี้ คือ เจ้าหน้าที่ภาคสนาม เช่น เจ้าหน้าที่เก็บขยะ ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิด ต้องเผชิญกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับวัสดุอุปกรณ์ที่ติดเชื้อ ถือเป็นกลุ่มด่านหน้าที่ต้องได้รับวัคซีนไม่ต่างจากแพทย์ พยาบาล ทางองค์กรคาดหวังว่า เมื่อได้รับการจัดสรรวัคซีน 9,300 โดส คิดว่าทางสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จะพิจารณาให้วัคซีนตามหลักของภาระงาน ความรับผิดชอบเหมือนที่จังหวัดอื่นๆ แต่ปรากฏว่า โรงพยาบาลขอนแก่นได้รับการจัดสรรคเพียง 720 โดส เท่านั้นซึ่งทำให้บุคลากรทางการแพทย์ เช่น พยาบาลที่ดูแลห้องไอซียูโควิด แพทย์กลุ่มงานเวชกรรมสังคมที่ต้องออกไปดูแลคนไข้ตามชุมชนก็ไม่มีชื่อในการได้รับวัคซีน จึงเกิดความคลางแคลงใจต่อการจัดสรรวัคซีนของสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น รู้สึกว่าเกิดความไม่เป็นธรรม ทางองค์กรแพทย์จึงได้ออกแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องขอวัคซีนไฟเซอร์ให้กับบุคลากรทั้ง 1,449 คน ขอให้เกิดความเป็นธรรมเกิดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น สิ่งที่ทำได้ คือการออกมาเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดหาวัคซีนมาให้คนทำงานโดยเร็ว” แพทย์หญิงรักฝัน กล่าว