สืบเนื่องมาจาก การประชุมคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) 6 ส.ค. 2564 นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานที่ประชุม ได้ประกาศลาออกจาก อ.ก.ต.เมื่อเสียงข้างมากรับรองผู้พิพากษาบางคนที่กำลังถูกสอบสวน ให้ขึ้นเป็น หน.ฎีกา
เรื่องนี้ ตามรายงานข่าว "สำนักข่าวอิศรา" อ้างแหล่งข่าวในสำนักงานศาลยุติธรรม ว่าเมื่อปี 2559 มีบริษัทเอกชนรายใหญ่ ร้องเรียนต่อประธานศาลฎีกา โดยระบุตำแหน่งผู้ถูกร้องว่าเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ ใช้อำนาจหน้าที่บีบบังคับและจูงใจให้ข้าราชการในจังหวัดกระทำการและเป็นเครื่องมือในการก่อกวนความสงบสุขของนักธุรกิจ
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ประธานศาลฎีกาในขณะ มีคำสั่งย้ายผู้พิพากษารายนี้ เข้ามาช่วยราชการที่ศาลอาญา ภายใน 24 ชั่วโมง
ต่อมา "เนชั่นออนไลน์" ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ว่า นอกจากการร้องไปที่ศาลฎีกา ยังมีหนังสือร้องเรียนอีก 1 ฉบับ จากผู้ต้องการความยุติธรรมในสังคม ไม่ประสงค์ออกนาม ลงวันที่ 16 ส.ค.2561 ส่งไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ
3 เดือนต่อมา ประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ศาลฎีกา มีหนังสือที่ ศย 100/176 ลงวันที่ 1 พ.ย.2561 ขอความอนุเคราะห์อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สืบสวนข้อมูลทางการเงิน และตรวจสอบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลๆ หนึ่งที่ศาลฎีกา กำลังสอบสวนอยู่
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงสั่งให้รวมเรื่องดำเนินการ เพื่อสืบสวนตามมาตรา 23/1 วรรคสอง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 จากนั้น คณะพนักงานสืบสวนได้สืบสวนสรุปผลการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ส่งไปยังกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ศาลฎีกา และได้ขอยุติเรื่องสืบสวน เพื่อรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการตรวจสอบของศาลฎีกา