“จุรินทร์”เตรียมเสนอ ศบค. ขอให้ผ่อนผันห้างสามารถขาย “เครื่องใช้ไฟฟ้า” บางรายการได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกช่วงกักตัวอยู่บ้าน พร้อมยันสินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน ทั้งไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

8 สิงหาคม 2564  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ณ ห้างแม็คโคร สาขาสามเสน ว่า เตรียมที่จะเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้พิจารณาผ่อนผันให้ห้างสรรพสินค้า หรือร้านที่จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ในห้าง สามารถขายสินค้าได้ โดยเน้นเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการอยู่บ้านในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่น หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ กระทะไฟฟ้า กาต้มน้ำ ที่ปิ้งย่าง หรือพัดลม เป็นต้น เพราะหากอยากให้ประชาชนอยู่บ้าน ก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ด้วย ไม่ใช่ให้ซื้อได้แต่อาหาร แต่เครื่องมือทำอาหารหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่บ้านซื้อไม่ได้ 

สินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน
“ผมจะพูดอีกครั้ง อะไรที่มันจำเป็น อย่างน้อยไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว พัดลม ที่ต้องใช้ตอนอยู่บ้าน ก็ต้องผ่อนให้ขายได้ แม้จะซื้อออนไลน์ได้ แต่ชาวบ้าน บางคนก็ไม่สะดวก ซึ่งจะทำลิสต์อย่างน้อย 10 รายการที่ให้ขายได้ ผมจะได้นำไปเสนอ ไปพูดกับเลขาธิการ ศบค. ให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่อยู่บ้าน”นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภค เห็นว่าเมื่อมีการล็อกดาวน์ช่วงแรก ๆ ประชาชนอาจจะตื่นตระหนกกังวลบ้าง แต่ตอนนี้คลี่คลายแล้ว ไม่เหมือนช่วงต้นปีที่ล็อกดาวน์ ตอนนั้นตื่นตระหนกมาก สินค้าขาดชั้นวาง แต่ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มเรียนรู้ เข้าใจว่าของขาด และอย่างวันนี้ผู้บริหารแม็คโครยืนยันว่าสินค้าสำคัญสามารถเติมเต็มชั้นวางได้เพียงพอ เช่น ไข่ไก่ ยกเว้นบางช่วงที่เติมไม่ทัน แต่เฉลี่ยทั้งประเทศยังมีพอ หากขาดในอนาคต กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการออกมาแก้ปัญหา และได้สั่งการให้มีการไปตรวจสอบมีการค้ากำไรเกินควรหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินการตามกฎหมายมาตรา 29 ภายใต้พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องปิดป้ายแสดงราคา ถ้าไม่ปิดป้ายปรับ 1 หมื่นบาท 

สินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน
 

ทางด้านราคาสินค้าสำคัญ ๆ เช่น หมูเนื้อแดงกิโลกรัม (กก.) ละ 119 บาท ถึงมือชาวบ้านอาจจะแพงกว่านี้ แต่ก็ถูกกว่าเมื่อก่อนที่เคยขึ้นไปถึง 150-170 บาท เนื้อไก่น่องติดสะโพก กก.ละ 60 บาท และน้ำมันปาล์มราคาแม็คโคร แบบปี๊บตก กก.ละ 40 บาท แบบขวด ๆ ละ 45 บาท ไปถึงปลายทางอาจจะสูงกว่านี้ แต่ก็เป็นราคาที่เหมาะสมกับผลปาล์มดิบ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้พยายามดูแลทั้งเกษตรกร ให้ขายผลผลิตได้ราคาดี และดูแลผู้บริโภคให้ซื้อได้ในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนและไม่เป็นภาระเกินไป ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ยังมีวางจำหน่ายเป็นปกติ ไม่มีปัญหาขาดช่วง หรือปัญหาการจัดส่ง  

สินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน

อย่างไรก็ตาม ได้ประสานและติดตามสถานการณ์การขนส่งสินค้าจากผู้ผลิต หรือคลังสินค้าไปยังปลายทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดช่วง โดยเฉพาะการผ่านด่านตรวจโควิด-19 ของจังหวัดต่าง ๆ ที่ต้องเข้มงวด แต่ก็ขอให้ผ่อนปรนให้กับรถขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอาหารด้วย