ขณะที่ทาง พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าได้เสนอในที่ประชุมกมธ.ให้เขียนเป็นข้อสังเกต เพื่อล็อกการใช้งบฯ ในส่วนนี้ไม่ให้เกิดความตุกติก มีรายละเอียดการใช้จ่ายงบเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาสาธารณภัย แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ต้องไม่นำไปใช้ในเรื่องอื่น รวมถึง จะต้องให้ตรวจสอบได้
“นายจาตุรนต์บอกว่า เคยเป็น กมธ.งบฯ ก็น่าจะเข้าใจในเรื่องการใช้งบประมาณต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการโยกงบฯ มาไว้ที่งบกลาง ก็เป็นการนำมาไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตเช่นกัน เหตุใด ถึงออกมาตั้งข้อสังเกตหรือออกมาไม่เห็นด้วย หรือว่า ในสมัยรัฐบาลที่นายจาตุรนต์เป็นรัฐมนตรีใช้งบประมาณที่ไม่เป็นประโยชน์หรืออย่างไร จึงเป็นห่วงเรื่องนี้ หากนายจาตุรนต์ไม่ไว้ใจนายกฯ ในการใช้งบประมาณตนเองก็ขอยืนยันได้เลยว่าใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส คุ้มค่า เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนอย่างแน่นอน และทำเช่นนี้มาโดยตลอด ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงถึงการใช้งบประมาณในรัฐบาลนี้”
" นายจาตุรนต์อดีตเคยเป็นถึงรองนายกฯเป็นรมต.มาแล้วเคยอยู่รัฐบาลที่โกงบ้านโกงเมืองจนผู้นำรัฐบาลต้องหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ อันที่จริงรองนายกฯหรือรมต.ในครม.ยุคนั้น คงจะไม่มีประสบการณ์ใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีคุณค่าเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติประชาชนเป็นแน่ เพราะมีผู้นำที่คิดแต่แสวงหารายได้จากงบประมาณแผ่นดินเข้ากระเป๋าตัวเอง จึงคิดว่ารัฐบาลนี้จะใช้งบฯไม่เกิดประโยชน์
เพราะรัฐบาลในยุคสมัยนายจาตุรนต์ร่วมครม คิดแต่ใช้งบเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้องจนเกิดการทุจริตโกงกินมากมายหลายโครงการ จึงหวาดระแวง คิดว่าคนอื่นจะโกงกินเหมือนยุครัฐบาลของนายจาตุรนต์จนผู้นำร่ำรวยหนีไปแสวงหาความสุขสำราญรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ต่างประเทศอย่างนั้นใช่ไหม นายจาตุรนต์ หยุดพูดดีกว่า ยิ่งออกมาพูดมากเมื่อไร ยิ่งเห็นธาตุแท้สันดานนักการเมืองที่เห็นแก่ตัว เหมือนคำสุภาษิตที่ว่า "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่" ช่างหน้าอับอายขายขี้หน้าตัวเองและคนไทยทั้งประเทศเสียจริงๆ"