เนชั่นทีวี

ข่าว

ธนาธร มาแล้ว ไลฟ์เฟซฯ แนะ รัฐเยียวยาให้ปชช.มั่นใจว่าไม่อดตาย แม้ใช้เงินมาก

06 ส.ค. 2564 | tinakit_rat

ธนาธร มาแล้ว ไลฟ์เฟซฯ แนะ รัฐเยียวยาให้ปชช.มั่นใจว่าไม่อดตาย แม้ใช้เงินมาก

ธนาธร เฟซบุ๊กไลฟ์ ชี้ การล็อกดาวน์ต้องมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง แนะ รัฐบาลต้องเยียวยาอย่างสมเหตุสมผล ให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่อดตาย หวั่น วัคซีนไม่พอทำสถานการณ์เลวร้ายลง

วันนี้ (6 ส.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ Z5 ส.ค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ ในหัวข้อ “ปัจจุบันและอนาคตประเทศไทยใต้โควิด” สรุปคาดการณ์สถานการณ์โควิดในระยะตั้งแต่สิงหาคมเป็นต้นไป และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

นายธนาธร กล่าวว่า ตนมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่ง ว่าการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย และรัฐต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจและเท่าทันถึงสถานภาพของปัญหานั้น ๆ โดยมีสติแต่ไม่ตื่นตระหนก ซึ่งความจริงที่ต้องพูดให้ชัดในวันนี้ ก็คือสถานการณ์โควิดของประเทศไทยอาจจะเลวร้ายกว่านี้ในไตรมาสที่สามของปี 2564

 

สถานการณ์วันนี้จึงขึ้นอยู่กับวัคซีน ว่าจะฉีดให้ครบในจำนวนที่เพียงพอได้เมื่อไหร่ ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม มีประชากรไทยที่ฉีดวัคซีนครบสองโดสแล้วเป็นจำนวน 3.9 ล้านคน หรือ 6% ของจำนวนประชากร คนที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งโดสมีจำนวน 21.5% ของจำนวนประชากร หรือ 14.2 ล้านคน ซึ่งหากเราต้องการไปถึงเป้าหมาย 100 ล้านโดสภายในสิ้นปี 2564 จะต้องฉีดให้ได้ 5.47 แสนโดสต่อวัน ในทุกวันที่เหลือนับตั้งแต่วันนี้

 

ปัญหาก็คือวัคซีนที่ได้รับจัดสรรอยู่ในประเทศไทยมีทั้งหมด 18.9 ล้านโดส ฉีดไปแล้ว 18.1 ล้านโดส หมายความว่าประเทศไทยเหลือวัคซีนอยู่อีกเพียงประมาณ 8 แสนโดส ถ้าฉีดในอัตราปัจจุบัน คือประมาณ 2 แสนกว่าโดสต่อวัน เราจะสามารถฉีดได้อีกเพียง 3-4 วันเท่านั้น

“ถ้าไม่มีวัคซีนล็อตใหม่เข้ามา เราก็จะไม่สามารถเพิ่มศักยภาพการฉีดวัคซีนอย่างเต็มที่ให้กับประชากรของเราได้เลย ซึ่งการฉีดวัคซีนได้ช้าก็จะส่งผลให้เราต้องอยู่กับความเสี่ยงที่จะเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ และการแพร่ระบาดรอบใหม่อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเราจะควบคุมการแพร่ระบาดรอบนี้ไปได้“ นายธนาธรกล่าว

 

หากเราไม่สามารถลด % การแพร่ระบาดของไวรัสได้ สิ่งที่เราจะต้องเจอก็คือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อาจจะติดลบ และส่งผลกับรายได้ของประชาชน ที่ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว ที่เดิมสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยถึง 2 แสนล้านบาทต่อเดือน ปัจจุบันเหลือเพียง 4 พันล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น

 

ภาคแรงงานในระบบ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ลดจำนวนลงไป 5% จากเดิม 11.67 ล้านคน หายไป 6 แสนคน เท่ากับว่ามีคนตกงานไปแล้วถึง 6 แสนคนเป็นอย่างต่ำที่สุด เพราะจำนวนนี้ยังไม่ได้นับรวมถึงแรงงานนอกระบบ ที่รายได้ลดลง ถูกเลิกจ้าง หรือต้องปิดกิจการไปด้วย แต่ไม่มีตัวเลขสถิติ ปัญหาการตกงานและรายได้ที่ลดลง นำมาซึ่งหนี้สินของครัวเรือนที่มากขึ้น

ดังนั้น การจำกัดการแพร่เชื้อจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชากรมีการฉีดวัคซีนสองเข็มเป็นจำนวนมากแล้วเท่านั้น แต่ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าวันนี้เราไม่สามารถหาวัคซีนที่มีคุณภาพดีและมีปริมาณที่เพียงพอมาฉีดให้กับประชาชนได้ แต่เมื่อหาวัคซีนยังไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำก็คือการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้ประชาชนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้ความร่วมมือกับมาตรการล็อกดาวน์ มิเช่นนั้นการควบคุมการแพร่ระบาดก็จะไม่มีวันเป็นไปได้ ในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องประสบกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจในวันนี้ และในอนาคตที่จะหนักยิ่งกว่านี้

 

“การล็อกดาวน์ในเดือนสิงหาคมนี้ จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลเยียวยาประชาชนอย่างสมเหตุสมผลได้สัดส่วน ให้ประชาชนมั่นใจว่าเขาจะไม่อดตาย พวกเขาจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมเมื่อเทียบกับเวลาที่เขาเสียไป ถึงแม้จะต้องใช้เงินมากแต่อย่างไรก็ถูกกว่าการปล่อยให้โรคระบาดถึงจุดเลวร้ายที่สุด ที่มีผู้ติดเชื้อ 50,000 คนต่อวัน” นายธนาธร กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด