พ.ต.อ.วิทยา เย็นจิตร รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายรณรัฐ รับสารภาพว่า ได้คบหาไปมาหาสู่กันกับผู้เสียชีวิตฉันสามีภรรยามาประมาณ 1 ปีเศษ และที่ผ่านมาทะเลาะกันบ่อยครั้ง เพราะต่างคนต่างระแวงหึงหวงกัน หลายครั้งทะเลาะเลิกกัน แต่ก็กลับมาคบกันใหม่ จนล่าสุดทะเลาะกันและแยกกันอยู่ โดยนายรณรัฐได้อาศัยอยู่ที่บ้านเช่าหลังเกิดเหตุ ส่วนนางสาววาสนาอยู่ที่ร้านเสริมสวยในตัว อ.หนองสูง ในวันเกิดเหตุ 31 กรกฎาคม 2564 นายรณรัฐได้ชวนนางสาววาสนามาดื่มเหล้าที่บ้านเช่าช่วงเวลา 18.00 น.จากนั้นทั้งสองคนทะเลาะกัน และลงมือทำร้ายร่างกายกัน ก่อนที่นายรณรัฐจะเตะและบีบคอนางสาววาสนาแน่นิ่ง นำเชือกมามัด ถลกเสื้อขึ้นไปคลุมศีรษะ ใช้ตะปูตอกที่หัวซ้ำอีก และนำผ้าห่มมาห่อศพนำไปทิ้งบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากทำแผนเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และเคลื่อนย้าย ปิดบัง ซ่อนเร้นศพ
ด้านนายจำเนียร หาหลัก อายุ 69 ปี พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกสาวคบหานายรณรัฐมาประมาณ 1 ปี แต่ไม่ได้แต่งงานหรือจดทะเบียนสมรส เพราะทั้งสองต่างเคยมีครอบครัวมาก่อน ที่ผ่านมามีปากเสียงกันบ่อยครั้ง และล่าสุดก็ลงไม้ลงมือจนมีการแจ้งความดำเนินคดี ต่อมาลูกสาวบอกว่าจะไปทำงานที่ จ.สกลนคร ซึ่งตนก็โล่งใจคิดว่าคงไม่กลับมาคบกับนายรณรัฐอีก กระทั่งมาทราบข่าวร้ายว่าลูกสาวถูกนายรณรัฐฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม จึงเสียใจอย่างมาก ส่วนตัวไม่ขออสิกรรม และไม่ให้อภัย และให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด
ข่าว/ภาพ จักรพงษ์ ระวิวรรณ