“เลขาธิการพรรคกล้า” เสนอเพิ่มงบให้ 5 หน่วยงานเกี่ยวข้องจัดการโรคระบาดโควิด ค้านนำเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท ไปใส่ไว้งบกลาง ชี้เหมือนให้เปล่าไร้แผนจัดการ แนะฝ่ายค้าน-รัฐบาล ในกรรมาธิการงบประมาณ 65 กลับไปทบทวนดีๆ

5 สิงหาคม 2564 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงมติที่ประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ที่ตกลงตัดงบประมาณ 16,300 ล้านบาท จากรายการอื่นๆ แล้วไปเพิ่มให้งบกลางของรัฐบาล ว่า ไม่สมควรอย่างยิ่ง เหมือนการให้เงินไปใช้ทั้งที่ไม่มีแผนงานโครงการ

 

ทั้งนี้ เพราะเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา รัฐบาลมีเงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว และที่กู้เพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท แต่ปัญหาตอนนี้ คือ “ระบบราชการรวมศูนย์” เงินมีแต่ใช้ไม่เป็น ระบบล่าช้า ระเบียบรุงรัง ไม่ตอบโจทย์สถานการณ์วิกฤต จึงอยากเสนอให้แปรญัตติงบประมาณไปไว้ในองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรง 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.สภากาชาดไทย 2.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 3.กรมควบคุมโรค 4.องค์การเภสัชกรรม และ 5.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ 

"หน่วยงานทั้ง 5 มีอำนาจทะลุกรอบปกติในยามวิกฤตโควิด ตามที่ ศบค. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งงานจัดหาวัคซีน การผลิตและส่งยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อ ถ้ามีงบชัดด้วย เชื่อว่างานเดิน โดยเฉพาะ “สภากาชาดไทย" ที่มีวัฒนธรรมจิตอาสา มีประสบการณ์ในการรับมือวิกฤตทั้งสงครามและโรคระบาดมา 128 ปีแล้ว ตั้งแต่วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ไทย-ฝรั่งเศส โรคระบาดอหิวาตกโรค ไข้ทรพิษ กาฬโรค” นายอรรถวิชช์ กล่าว 

 

เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องเหลือเชื่อว่าในวิกฤตโรคระบาด แต่องค์กรเหล่านี้กลับถูกปรับงบลดลงจากปีที่แล้ว ได้แก่สภากาชาดไทย ถูกปรับลด 606 ล้านบาท ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ถูกปรับลด 1,990.9 ล้านบาท กรมควบคุมโรค ถูกปรับลด 478.9 ล้านบาท สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ถูกปรับลด 1.2 ล้านบาท และองค์การเภสัชกรรม มีเงินทุนหมุนเวียนปี 2564 เพียง 2,650 ล้านบาทเท่านั้น จึงอยากให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่อยู่ใน กมธ.งบประมาณฯ ทบทวนมติแล้วจัดสรรงบให้องค์กรที่มีความพร้อมอย่างแท้จริง