"ชัยวัฒน์" ยื่นคำให้การต่อคณะกรรมการระบบพิทักษ์คุณธรรม ยันมติ อ.ก.พ.กระทรวงทรัพย์ฯ ให้ออกจากราชการไม่เป็นธรรม และจากการร้องขอความเป็นธรรมอัยการภาค 7 ทราบว่า ป.ป.ท. ไม่ได้แจ้งข้อหาเผาบ้านนายคออี้ มิมิ และพวกรวม 6 คน ตาม ม 217, 218 

วันที่ 4 สิงหาคม 2564 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในฐานะผู้ยื่นอุทธรณ์ เรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ท. ชี้มูลความผิด "ให้ออกจากราชการ" พร้อมทนายความ ได้มายื่นหนังสือคำคัดค้านคำแก้อุทธรณ์ ของคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยยื่นถึงนายศักดิ์สิทธิ์ ไม้สนธิ์ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยมีฝ่ายธุรการ รับหนังสือ ลงเลขรับหนังสือที่ 20165 ลว 4 ส.ค. 64 

 

ทั้งนี้ เป็นไปตามกระบวนการ คือ เมื่อ อ.ก.พ.กระทรวงทรัพย์ฯ ได้ทำคำคัดค้านส่งถึง คณะกรรมการระบบพิทักษ์คุณธรรม (ก.พ.ค) แล้ว ก.พ.ค ตรวจสอบและส่งคำคัดค้านนั้นให้นายชัยวัฒน์ ทำหนังสือแย้งคำคัดค้านของ อ.ก.พ.กระทรวงทรัพย์ฯ โดย ก.พ.ค.ให้นายชัยวัฒน์ แย้งหรือไม่แย้ง ภายใน 15 วัน (ได้รับหนังสือ วันที่ 22 ก.ค.64 ส่ง 4 ส.ค.64 นับรวม 13 วัน)

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ได้อ่านและศึกษาคำคัดค้านของ อ.ก.พ.กระทรวงทรัพย์ฯ มีประเด็นหลักๆ คือ 
1. พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ตามกฏหมาย ป.ป.ท. มาตรา 40 
2. ใช้/นำเอกสารในวาระประชุมในการพิจารณาเรื่องนี้ แนบมาในคำคัดค้าน  

จากเอกสารหนังสือคำคัดค้านของ อ.ก.พ.กระทรวงทรัพย์ฯ ข้อ (1) ขณะนี้นายชัยวัฒน์ฯ ได้ขอความเป็นธรรมไปยัง อัยการภาค 7 และทราบว่า ป.ป.ท. ไม่ได้แจ้งข้อหานายชัยวัฒน์ ตาม ม 217, 218 คือวางเพลิงเผาทรัพย์บ้านนายคออี้ มิมิ และพวกรวม 6 คน แจ้งความเฉพาะมาตรา 157 

นายชัยวัฒน์ บอกว่า จึงขอความเป็นธรรม ก.พ.ค.เนื่องจาก นายชัยวัฒน์ฯ ได้ปฏิเสธและได้แย้งมาตลอดว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดไปเผาเพิงพักนายคออี้ และผู้ฟ้องคดีในศาลปกครองทั้ง 6 และนายชัยวัฒน์ฯ ก็ไม่ได้ไปที่บ้านนายคออี้ และยังมีพยานหลักฐาน ยื่นยันชัดเจนรวมถึง นายนิรันด์ พงศ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย ซึ่งเป็นคนไปรับนายคออี้ มาจากห้วยสามแพร่ง ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ก็ยังมีตัวตนและมีคลิปภาพ และคำสัมภาษณ์นายนิรันดร์ เป็นหลักฐาน ด้วย

นอกจากนี้ นายนิรันดร์ ยังให้การด้วยว่า ในวันนั้น นายชัยวัฒน์ ไม่ได้ไปรับปู่คออี้ด้วย และไม่มีการเผาบ้านนายคออี้ แต่อย่างใด 

ส่วนข้อ(2) ในเอกสารการประชุม อ.ก.พ.กระทรวงทรัพย์ฯ มีคณะกรรมการแย้ง/ไม่เห็นด้วย ต่อที่ประชุม อ.ก.พ.กระทรวงทรัพย์ฯ เพราะหนังสือ ป.ป.ท.ที่ชี้มูล มีเพียง 22 แผ่น และไม่มีรายละเอียดพฤติการณ์ทำผิดอย่างไร 

ความเห็นแย้งใน คณะกรรมการอ.ก.พ.กระทรวงทรัพย์ฯ เห็นว่า ความผิดที่นายชัยวัฒน์ฯ ควรได้รับโทษวินัย ก็ไม่ควรถึงให้ออกจากราชการ เพียงแค่ไม่ได้ดำเนินการ ตามมาตรา 22 ในข้อระเบียบเท่านั้น 

ด้วยเหตุว่า พื้นที่ที่ดำเนินการ มีทั้งกองกำลังติดอาวุธ และยังเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งมีทั้งชนเผ่าที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน 

ประการต่อมา คดีที่นายคออี้ มิมิ ฟ้องศาลปกครอง ผู้ถูกฟ้องเป็นจำเลยมีเพียง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ กระทรวงทรัพย์ฯ เท่านั้น ไม่ได้ฟ้องนายชัยวัฒน์ฯ และนายชัยวัฒน์ฯ ไม่ได้มีโอกาส ได้แก้ต่างโดยตรงกับคำฟ้องคดี เลย

นอกจากนี้ ตามกฎหมาย ป.ป.ท.จะดำเนินการ 2 ทางคือ ส่งความผิดวินัย จะส่งไปที่คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาโทษ 

 

ส่วนคดีอาญา จะส่งไปที่อัยการทุจริตฯ ภาค 7 ปรากฎว่า นายชัยวัฒน์ฯ ได้ขอความเป็นธรรมไปยัง อัยการภาค 7 และทราบว่า ป.ป.ท. ไม่ได้ แจ้งข้อหานายชัยวัฒน์ฯ ในมาตรา 217, 218 คือวางเพลิงเผาทรัพย์บ้านนายคออี้ มิมิ และพวกรวม 6 คน แจ้งความเฉพาะมาตรา 157  

 

สำหรับ ขั้นตอนจากนี้ ก.พ.ค.จะใช้เวลาวินิจฉัย ระยะแรก 120 วัน (ในกรณีที่คณะกรรมการฯ ต้องใช้เวลาวินิจฉัย สามารถขยายเวลาได้อีกสองครั้ง ครั้งละ 60 วัน)